1. Literature Review — ทบทวนวรรณกรรม
“ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิจัยเชิงวิชาการ วิเคราะห์งานวิจัยที่ฉันให้ และจัดหมวดหมู่ตามประเด็นหลัก คำถามวิจัย วิธีการวิจัย ผลการศึกษา และข้อสรุป ระบุหลักฐานที่มีน้ำหนักมากที่สุด และอ้างอิงแต่ละข้อกล่าวอ้างไปยังแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง”
2. Research Gap Finder — ค้นหาช่องว่างงานวิจัย
“วิเคราะห์งานวิจัยเหล่านี้และระบุช่องว่างทางการวิจัยที่มีอยู่จริง โดยมองหาคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ผลการศึกษาที่ขัดแย้งกัน กลุ่มประชากรที่ยังได้รับการศึกษาน้อย ข้อจำกัดของงานวิจัย และประเด็นที่ควรศึกษาเพิ่มเติม ห้ามสร้าง Research Gap ที่ไม่มีหลักฐานรองรับจากแหล่งข้อมูล”
3. Paper Summarizer — สรุปงานวิจัย
“สรุปงานวิจัยนี้อย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเป็น: คำถามวิจัย สมมติฐาน วิธีการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง ผลการศึกษาสำคัญ ข้อจำกัด และข้อสรุป เก็บรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญไว้ และแยกให้ชัดเจนระหว่างข้อสรุปของผู้เขียนกับการตีความของคุณ”
4. Research Comparison — เปรียบเทียบงานวิจัย
“เปรียบเทียบงานวิจัยเหล่านี้ในรูปแบบตาราง โดยประกอบด้วย คำถามวิจัย วิธีการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง ตัวแปร ผลการศึกษา ข้อจำกัด และข้อสรุป พร้อมชี้ให้เห็นว่างานวิจัยแต่ละชิ้นมีข้อค้นพบที่สอดคล้องหรือขัดแย้งกันตรงไหน”
5. Debate & Contradiction Finder — ค้นหาข้อถกเถียงและผลการศึกษาที่ขัดแย้งกัน
“ระบุข้อถกเถียงสำคัญและผลการศึกษาที่ขัดแย้งกันในงานวิจัยเหล่านี้ อธิบายว่าแต่ละฝ่ายมีข้อโต้แย้งอย่างไร มีหลักฐานใดสนับสนุนแต่ละมุมมอง และยังมีคำถามใดที่ยังไม่ได้รับคำตอบ”
6. Methodology Reviewer — ตรวจสอบระเบียบวิธีวิจัย
“ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินงานวิจัยเชิงวิชาการอย่างเข้มงวด วิเคราะห์ระเบียบวิธีวิจัยของการศึกษานี้ ครอบคลุมการออกแบบงานวิจัย การเลือกกลุ่มตัวอย่าง ตัวแปร การวัดผล วิธีการวิเคราะห์ ความเสี่ยงต่ออคติ ความตรง (Validity) ความเชื่อมั่น (Reliability) และข้อจำกัดของงานวิจัย”
7. Research Question Builder — สร้างคำถามวิจัย
“จากวรรณกรรมและ Research Gap ที่พบ ช่วยสร้างคำถามวิจัยที่เฉพาะเจาะจงและสามารถนำไปศึกษาได้จริงจำนวน 10 ข้อ สำหรับแต่ละคำถาม ให้อธิบายว่าคำถามนั้นตอบช่องว่างใด เหตุใดจึงมีความสำคัญ และจำเป็นต้องใช้หลักฐานหรือข้อมูลประเภทใดในการหาคำตอบ”
8. Thesis Argument Builder — สร้างข้อโต้แย้งหลักของงานวิจัย
“ช่วยฉันสร้างข้อโต้แย้งเชิงวิชาการที่แข็งแรงสำหรับ [คำถามวิจัย] โดยจัดระบบหลักฐาน ข้อโต้แย้งจากอีกมุมมอง ข้อจำกัด และเหตุผลเชิงตรรกะ ห้ามสร้างแหล่งอ้างอิงหรือหลักฐานที่ไม่มีอยู่จริง”
9. Research Paper Outline — สร้างโครงร่างงานวิจัย
“สร้าง Outline งานวิจัยเชิงวิชาการอย่างละเอียดสำหรับหัวข้อ [หัวข้องานวิจัย] โดยประกอบด้วย บทนำ การทบทวนวรรณกรรม Research Gap คำถามวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย โครงสร้างส่วนผลการศึกษา/อภิปรายผล ข้อจำกัด และบทสรุป พร้อมแนะนำว่าแหล่งข้อมูลแต่ละแหล่งควรถูกนำไปใช้ในส่วนใดของงาน”
10. Final Research Audit — ตรวจงานวิจัยรอบสุดท้าย
“ตรวจสอบงานวิจัยของฉันในฐานะผู้ประเมินเชิงวิชาการที่เข้มงวด ระบุข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานรองรับ ข้อโต้แย้งที่ยังไม่แข็งแรง หลักฐานที่ขาดหาย ช่องโหว่ทางตรรกะ ปัญหาด้านการอ้างอิง จุดอ่อนด้านระเบียบวิธีวิจัย และส่วนที่ควรปรับปรุง จากนั้นจัดทำ Checklist การแก้ไขโดยเรียงตามลำดับความสำคัญ”