Skill360 Logo
Login
AI Claude Cowork Codex ChatGPT Manus

5 Desktop AI ที่น่าจับตาในปี 2026

Skill360 Team
30 สิงหาคม 2569
133 ครั้ง
5 Desktop AI ที่น่าจับตาในปี 2026

ในช่วงแรกที่ Generative AI เริ่มได้รับความนิยม หลายคนคุ้นเคยกับการใช้งานในรูปแบบ “เปิดเว็บไซต์ → พิมพ์คำถาม → รอ AI ตอบ” แต่ในปี 2026 ภาพของ AI บนคอมพิวเตอร์กำลังเปลี่ยนไปค่อนข้างมากค่ะ

Desktop AI รุ่นใหม่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “คุย” อย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นผู้ช่วยประจำเครื่องที่สามารถอ่านไฟล์ เปิดเว็บไซต์ ทำ Research สร้างเอกสาร ใช้เครื่องมือบนคอมพิวเตอร์ ทำงานหลายขั้นตอน ไปจนถึงช่วยเขียนโค้ดหรือจัดการ Workflow ให้เสร็จตั้งแต่ต้นจนจบ

ในกลุ่มที่น่าจับตามอง มีอยู่ 5 ตัวที่แต่ละค่ายกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่น่าสนใจ ได้แก่ ChatGPT Desktop, Claude Desktop, Perplexity Desktop, Kimi Desktop และ Manus Desktop

บทความนี้จะพาไปดูว่าแต่ละตัวคืออะไร จุดเด่นอยู่ตรงไหน และสามารถประยุกต์ใช้กับงานจริงอะไรได้บ้างค่ะ



Desktop AI คืออะไร?

Desktop AI คือแอป AI ที่ติดตั้งและทำงานบน Windows หรือ macOS โดยตรง

ข้อแตกต่างสำคัญจากการเปิด AI ผ่านเว็บไซต์ คือ Desktop AI สามารถเชื่อมโลกของ AI เข้ากับ “สภาพแวดล้อมการทำงานจริงบนคอมพิวเตอร์” ได้มากขึ้น เช่น ไฟล์ในเครื่อง โปรแกรมที่เปิดอยู่ Browser, Terminal หรือเครื่องมืออื่น ๆ ที่เราใช้งานอยู่

ในหลายค่าย เราจึงเริ่มเห็นความสามารถคล้ายกัน เช่น

Chat สำหรับถามตอบและช่วยคิด

Files สำหรับอ่าน วิเคราะห์ และสร้างไฟล์

Browser สำหรับค้นข้อมูลหรือทำงานบนเว็บไซต์

Agent สำหรับทำงานต่อเนื่องหลายขั้นตอน

Automation สำหรับช่วยทำงานซ้ำ ๆ

Coding สำหรับสร้าง แก้ไข และทดสอบโปรแกรม

จุดที่แต่ละค่ายแตกต่างกันคือ “ทำเรื่องไหนได้ลึกกว่ากัน” ค่ะ



1. ChatGPT Desktop — OpenAI

จุดเด่น: AI แบบ All-in-One

ถ้าต้องเลือก Desktop AI ที่ครอบคลุมงานหลายประเภทมากที่สุดตัวหนึ่ง ChatGPT Desktop เป็นตัวที่น่าสนใจค่ะ

ปัจจุบัน ChatGPT Desktop แบ่งรูปแบบการใช้งานสำคัญออกเป็น Chat, Work และ Codex

Chat เหมาะสำหรับถามคำถาม ระดมไอเดีย หรือช่วยงานประจำวัน ส่วน Work ถูกออกแบบมาสำหรับงานที่ยาวและมีหลายขั้นตอน เช่น Research วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างผลงานสำเร็จรูปอย่างเอกสาร Spreadsheet, Presentation หรือ Report ขณะที่ Codex เน้นงานพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ (OpenAI Help Center)

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Desktop App มี Built-in Browser ซึ่งสามารถเปิดหลายแท็บ ทำงานกับหน้าเว็บ และดาวน์โหลดไฟล์ได้จากภายใน ChatGPT โดยตรง (OpenAI Help Center)

จุดเด่นของ ChatGPT Desktop

เด่นตรงที่ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าเราจะเอา AI ไปทำงานสายไหน เพราะอยู่ในแอปเดียวสามารถขยับจากการถามตอบ ไปสู่ Research งานเอกสาร และ Coding ได้

ถ้าวันหนึ่งต้องเขียนบทความ อีกวันวิเคราะห์ Excel แล้ววันต่อมาต้องสร้างเว็บไซต์ ก็สามารถใช้ Ecosystem เดียวกันต่อได้

ตัวอย่างงานที่ใช้ได้

งาน Content

สมมติเรามีไฟล์ข้อมูลสินค้าหลายสิบรายการ สามารถให้ ChatGPT อ่านข้อมูล สรุปจุดขาย แบ่งกลุ่มสินค้า แล้วช่วยสร้าง Caption สำหรับ Facebook, TikTok หรือบทความได้

ตัวอย่างคำสั่ง:

อ่านไฟล์สินค้าในโฟลเดอร์นี้ สรุปจุดเด่นของแต่ละสินค้า แล้วสร้าง Content Plan 30 วัน พร้อมหัวข้อและ Caption

งาน Research

สามารถให้ Work ค้นข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ เปรียบเทียบคู่แข่ง แล้วจัดทำเป็น Report ได้

ตัวอย่าง:

วิเคราะห์คู่แข่ง 10 รายในตลาด AI Training ของประเทศไทย เปรียบเทียบหลักสูตร ราคา กลุ่มเป้าหมาย และจุดขาย แล้วทำเป็นตารางพร้อม Executive Summary

งานเอกสาร

ให้ AI นำข้อมูลจากไฟล์หลายชุดมาสร้าง Proposal, Report หรือ Presentation ได้

งาน Coding

Codex สามารถทำงานกับ Repository และช่วยแก้ไขโค้ด ตรวจ Bug หรือพัฒนา Feature ได้ โดย OpenAI ระบุว่าบน Desktop ยังรองรับ workflow อย่าง inline diff editing, pull-request review และหลาย repository ในโปรเจกต์เดียวด้วย (OpenAI Help Center)

เหมาะกับใคร?

เหมาะมากกับคนที่ต้องการ AI ตัวเดียวทำหลายเรื่อง

เช่น คนทำงานทั่วไป เจ้าของธุรกิจ Creator, Marketing, Analyst ไปจนถึง Developer



2. Claude Desktop — Anthropic

จุดเด่น: เอกสาร + Workflow + การทำงานบนเครื่อง

Claude เป็น AI ที่หลายคนรู้จักจากความสามารถด้านการอ่านข้อมูลยาว การวิเคราะห์ และงานเขียน แต่ Claude Desktop ในปี 2026 ก้าวไปไกลกว่า Chatbot มากค่ะ

หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญคือ Claude Cowork

Cowork ถูกออกแบบให้ผู้ใช้มอบหมายงานหลายขั้นตอนให้ Claude ทำแทน เช่น Research สังเคราะห์ข้อมูล จัดไฟล์ สร้าง Spreadsheet หรือสร้าง Presentation โดยไม่จำเป็นต้องใช้งานผ่าน Terminal (Anthropic Help Center)

อีกองค์ประกอบสำคัญคือ MCP และ Connectors

Claude สามารถเชื่อมกับบริการหรือเครื่องมืออื่น และหากไม่มี Connector ที่เหมาะสม ก็สามารถใช้ Browser หรือ Computer Use เพื่อทำงานผ่านหน้าจอได้

Anthropic อธิบายว่า Computer Use สามารถคลิก พิมพ์ เปิดไฟล์ และใช้งานแอปบนเครื่องได้ โดยระบบจะให้ความสำคัญกับ Connector ก่อน จากนั้น Browser และจึงค่อยใช้การควบคุมหน้าจอโดยตรง (Anthropic Help Center)

จุดเด่นของ Claude Desktop

ถ้ามองในมุมองค์กร Claude น่าสนใจมากตรงที่สามารถผสม

เอกสาร + ข้อมูล + Connector + Browser + Computer Use

เข้าด้วยกันเป็น Workflow ได้

ตัวอย่างงานที่ใช้ได้

งาน HR

สมมติมี JD ของพนักงาน 50 ตำแหน่งอยู่ในหลายไฟล์

สามารถให้ Claude:

อ่าน JD ทั้งหมด

จัดกลุ่มหน้าที่ซ้ำกัน

ค้นหาความแตกต่างของแต่ละตำแหน่ง

สร้าง Core Responsibility

แนะนำ KPI

แล้วจัดออกมาเป็น Spreadsheet

งานวิเคราะห์คู่แข่ง

Anthropic ยกตัวอย่างว่าสามารถรวบรวมข้อมูลจาก Local Files และ Connected Tools แล้วสร้าง Competitive Analysis เป็นรายงานได้ (Anthropic Help Center)

งานกรอก Spreadsheet

สามารถดึงข้อมูลจากหลายแหล่ง แล้วนำไปกรอก จัด Format และบันทึก Spreadsheet ให้ได้ด้วย (Anthropic Help Center)

งานเอกสารองค์กร

เช่น

SOP

Policy

คู่มือพนักงาน

Proposal

Meeting Summary

Compliance Document

Claude เหมาะกับงานเหล่านี้เพราะสามารถอ่าน Context จำนวนมากและรักษาโครงสร้างของเอกสารได้ดี

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับทีมงานองค์กร HR, Operations, Research, Compliance, Analyst รวมถึงคนที่ต้องทำ Workflow เชื่อมข้อมูลหลายระบบค่ะ



3. Perplexity Desktop

จุดเด่น: Research และ Search พร้อม Sources

ถ้าหัวใจของงานคือ “ค้นข้อมูล” Perplexity เป็นตัวที่โดดเด่นมากค่ะ

จุดขายหลักของ Perplexity ตั้งแต่แรกคือการเป็น AI Search Engine ที่ค้นข้อมูลจากเว็บและแสดง Sources ประกอบคำตอบ

แต่ Desktop App รุ่นใหม่เพิ่มความสามารถในการทำงานกับเครื่องของเราเข้าไปด้วย

Perplexity ระบุว่า Desktop App สามารถทำงานกับ Local Files และ Folders, แอป Desktop บางประเภท รวมถึง Browser และ Remote Access ได้ (Perplexity AI)

ใน Folder ที่เราอนุญาต Perplexity สามารถค้นหา อ่าน สร้าง และแก้ไขไฟล์ได้โดยตรง (Perplexity AI)

จุดเด่นของ Perplexity Desktop

จุดเด่นจึงไม่ใช่แค่ Search แต่เป็นการรวม

ข้อมูลบนเว็บ + Sources + ข้อมูลบนเครื่อง

เอาไว้ด้วยกัน

สิ่งนี้เหมาะมากกับงาน Research เพราะ AI สามารถเปรียบเทียบข้อมูลภายในองค์กรกับข้อมูลภายนอกได้

ตัวอย่างงานที่ใช้ได้

Market Research

สมมติมีรายงานยอดขายปีที่ผ่านมาอยู่ในเครื่อง

เราสามารถให้ Perplexity วิเคราะห์ยอดขาย แล้วค้นข้อมูลแนวโน้มตลาดจากเว็บมาประกอบ เช่น

วิเคราะห์ยอดขายสินค้าใน Folder นี้ แล้วค้นข้อมูล Market Trend ปี 2026 เพื่ออธิบายว่าสินค้ากลุ่มไหนมีโอกาสเติบโต พร้อม Sources

ทำบทความ

นักเขียนสามารถให้ AI Research หาข้อมูล สถิติ หรือรายงานใหม่ ๆ ก่อนนำไปสร้าง Outline ของบทความ

Competitor Monitoring

ให้ค้นเว็บไซต์คู่แข่งหลายราย แล้วสรุป Product, Pricing, Messaging และ Feature ที่แต่ละรายใช้

Research สำหรับ Presentation

แทนที่จะเปิด Google 20 แท็บ เราสามารถให้ AI รวบรวมข้อมูลและแหล่งอ้างอิงก่อนนำมาทำสไลด์

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับ

นักวิจัย

Marketing

Content Creator

Analyst

Consultant

นักเรียน/นักศึกษา

โดยเฉพาะงานที่ “ต้องรู้ว่าข้อมูลมาจากไหน” ค่ะ


4. Kimi Desktop

จุดเด่น: งานหลายขั้นตอนและ Multi-Agent

Kimi เป็นอีกค่ายที่น่าจับตามากในปี 2026 เพราะไม่ได้หยุดอยู่ที่ Long Context แต่กำลังพัฒนา Desktop AI ไปทาง Agent อย่างจริงจัง

ผลิตภัณฑ์หลักบน Desktop คือ Kimi Work

Kimi อธิบาย Kimi Work ว่าเป็น General-purpose Local Agent สำหรับ Knowledge Worker ซึ่งสามารถรับเป้าหมายจากภาษาธรรมชาติ แล้วแบ่งงาน ทำงานหลายขั้นตอน ใช้ Browser จัดการ Folder และสร้าง Document, Spreadsheet หรือ Slide Deck ลงบนคอมพิวเตอร์ได้ (Kimi AI)

สิ่งที่โดดเด่นมากคือ Agent Swarm

แนวคิดคือแทนที่จะให้ Agent หนึ่งตัวทำทุกอย่างต่อกัน สามารถใช้ Subagent หลายตัวแบ่งงานและทำงานแบบ Parallel ได้

Kimi ระบุว่า Agent Swarm รุ่นปัจจุบันสามารถประสาน Subagent จำนวนมากสำหรับงานค้นหาและ Batch Processing ขนาดใหญ่ (Kimi AI)

นอกจากนี้ Kimi Work ยังมี WebBridge สำหรับ Browser Automation และ Scheduled Tasks สำหรับตั้งงานแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือครั้งเดียวได้ (Kimi AI)

จุดเด่นของ Kimi Desktop

จุดขายจึงอยู่ที่

Long-running Tasks + Browser Automation + Multi-Agent + Scheduled Tasks

ตัวอย่างงานที่ใช้ได้

Research ขนาดใหญ่

เช่น

หาเครื่องมือ AI สำหรับฝ่ายขาย 100 ตัว แบ่งเป็น CRM, Lead Generation, Email, Sales Intelligence และ Automation จากนั้นเปรียบเทียบราคา Feature และเว็บไซต์ แล้วทำเป็น Spreadsheet

งานแบบนี้สามารถแบ่ง Agent หลายตัวค้นคนละหมวด แล้วรวมผลลัพธ์ภายหลัง

Monitoring

สามารถตั้ง Scheduled Task เช่น

ทุกวันจันทร์ 9 โมง ค้นข่าว AI จากเว็บไซต์หลัก 10 แห่ง แล้วสร้าง Weekly Briefing

สำหรับ Scheduled Tasks บน Kimi Work Desktop เครื่องและแอปต้องเปิดอยู่จึงจะทำงานตามเวลาได้ (Kimi AI)

จัดระเบียบข้อมูล

ให้ AI อ่านไฟล์ใน Project Folder จัดกลุ่ม และสร้าง Summary ให้แต่ละกลุ่ม

Browser Automation

WebBridge สามารถคลิก Scroll และดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ เช่น นำข้อมูลประวัติหุ้นจากเว็บลง Excel ได้ (Kimi AI)

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่มีงานซับซ้อน งาน Research จำนวนมาก งานซ้ำ ๆ หรือ Workflow ที่สามารถแบ่งเป็นหลายงานย่อยค่ะ


5. Manus Desktop

จุดเด่น: ให้ Agent ลงมือทำกับคอมพิวเตอร์โดยตรง

ถ้า Kimi เด่นเรื่อง Multi-Agent ทาง Manus Desktop จะมีแนวคิดที่ค่อนข้างชัดว่า

AI ควรสามารถลงมือทำงานบนเครื่องของเราได้จริง

ฟีเจอร์สำคัญคือ My Computer

Manus อธิบายว่า My Computer เชื่อม Agent เข้ากับ Local Files, Tools และ Applications บนเครื่อง และต่างจากเครื่องมือ Automation ที่เน้นคลิกหน้าจอ เพราะ Manus ใช้ Command Line หรือ CLI เป็นกลไกสำคัญ (Manus Help Center)

นั่นหมายความว่า Manus สามารถใช้เครื่องมือที่ติดตั้งอยู่แล้ว เช่น Python, Node.js, Swift หรือ Xcode ได้ (Manus Help Center)

จุดเด่นของ Manus Desktop

เด่นมากในงานที่ต้อง

อ่านไฟล์

แก้ไฟล์

จัด Folder

รัน Script

เปิดโปรแกรม

ใช้เครื่องมือ Developer

ประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก

ตัวอย่างงานที่ใช้ได้

จัด Downloads Folder

สมมติมีไฟล์ 2,000 ไฟล์อยู่ใน Downloads

สามารถสั่ง Manus ให้

อ่านชื่อและเนื้อหาไฟล์

สร้าง Folder แยก Invoice / Image / Document / Presentation

ย้ายไฟล์

Rename เป็น Format เดียวกัน

Manus ยก Advanced File Organization และ Batch Rename เป็นหนึ่งใน Use Case หลักของ My Computer โดยตรง (Manus Help Center)

สร้างโปรแกรมบนเครื่อง

สามารถสั่งว่า

สร้างเว็บ Dashboard สำหรับดูยอดขายจากไฟล์ CSV ใน Folder นี้ โดยใช้ Python และเปิดให้ฉันทดสอบบน Localhost

Manus ระบุว่าสามารถสร้าง Project เขียนโค้ด Debug และ Package Application บน Local Machine ได้ (Manus Help Center)

ประมวลผลภาพจำนวนมาก

เช่น

Resize ภาพสินค้า 500 รูปให้เป็น 1080 × 1080 เปลี่ยนชื่อไฟล์ตาม SKU แล้วแยก Folder ตามหมวดสินค้า

AI สามารถใช้ Script หรือ Command-line Tool ที่มีในเครื่องช่วยทำงานจำนวนมากได้

Remote Workflow

ถ้าเครื่องเปิดและ Manus Desktop ทำงานอยู่ สามารถมอบหมายงานจากอุปกรณ์อื่นให้ไปทำกับเครื่องนั้นได้ เช่น ให้ค้นเอกสารจาก Home Computer แล้วส่งผ่าน Gmail (Manus Help Center)

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับ

Developer

Power User

คนทำ Automation

ทีม Data

คนที่ต้องจัดการไฟล์จำนวนมาก

โดยเฉพาะคนที่อยากให้ AI “ลงมือทำ” มากกว่าบอกเพียงขั้นตอนค่ะ



ถ้าจะเลือกใช้ ควรเลือกตัวไหน?

ถ้าคุณเป็นคนทำงานทั่วไปและอยากเริ่มจาก AI ตัวเดียวที่ครอบคลุมหลายประเภท ChatGPT Desktop จะเริ่มต้นง่าย เพราะตั้งแต่งานคิด งานเขียน ไปจนถึง Research และ Coding อยู่ใน Ecosystem เดียว

ถ้างานส่วนใหญ่เกี่ยวกับ เอกสาร กระบวนการ และข้อมูลในองค์กร ให้มอง Claude Desktop

ถ้าทุกวันต้อง ค้นข้อมูล ทำ Research และตรวจสอบแหล่งอ้างอิง ให้มอง Perplexity Desktop

ถ้ามีงานที่ประกอบด้วย หลายสิบหรือหลายร้อยขั้นตอนย่อย และสามารถแบ่ง Agent ทำพร้อมกันได้ Kimi น่าสนใจมาก

และถ้างานเกี่ยวข้องกับ ไฟล์ Local, Terminal, Script หรือการให้ AI จัดการคอมพิวเตอร์จริง ๆ Manus Desktop จะมีจุดขายที่ชัดเจนมากค่ะ



สิ่งที่น่าจับตามองจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “AI ตัวไหนฉลาดกว่า”

การแข่งขันของ AI กำลังเปลี่ยนโจทย์ค่ะ

เมื่อก่อนเราอาจเปรียบเทียบกันว่า

ใครตอบคำถามดีกว่า?

ต่อมากลายเป็น

ใครเขียนเก่งกว่า? ใคร Coding เก่งกว่า?

แต่การแข่งขันของ Desktop AI ในปี 2026 กำลังขยับไปสู่คำถามใหม่ว่า

“AI ตัวไหนสามารถทำงานให้เราได้มากที่สุด?”

AI เริ่มเข้าถึงไฟล์ เปิด Browser ใช้เครื่องมือ ทำงานหลายขั้นตอน เรียก Agent ตัวอื่น และดำเนินการกับคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้น

นั่นหมายความว่าในอนาคต เราอาจไม่ได้เปิด AI เพื่อพิมพ์ Prompt ทีละคำสั่ง แต่เพียงบอกว่า

“ช่วยทำรายงานยอดขายประจำเดือนให้เสร็จ”

จากนั้น AI อาจไปหาไฟล์ยอดขาย วิเคราะห์ข้อมูล ค้น Market Trend สร้างกราฟ เขียน Executive Summary ทำ Presentation และบันทึกทุกอย่างลง Folder ให้เอง

นี่คือเหตุผลที่ Desktop AI เป็นอีกหนึ่งสนามที่น่าจับตามากในปี 2026 เพราะมันกำลังเปลี่ยน AI จาก “เครื่องมือตอบคำถาม” ไปเป็น ผู้ช่วยที่สามารถรับงานและลงมือทำจริงบนคอมพิวเตอร์ของเราได้ค่ะ่ะ

Logo

คอร์สเรียน