Skill360 Logo
Login
AI NotebookLM Prompt

แจก 10 Prompt ทำสไลด์สไตล์ Consulting จัดเรื่องแบบ Problem ไปจนถึง Action Plan

Skill360 Team
23 กรกฎาคม 2569
1221 ครั้ง
แจก 10 Prompt ทำสไลด์สไตล์ Consulting จัดเรื่องแบบ Problem ไปจนถึง Action Plan

การทำสไลด์แบบ Consulting ไม่ได้หมายถึงการใส่ข้อมูลให้เยอะที่สุด แต่คือการเลือกข้อมูลที่สำคัญ จัดลำดับความคิด และพาผู้ฟังไปสู่ข้อสรุปอย่างมีเหตุผล ทุกหน้าควรตอบได้ว่า “ประเด็นนี้สำคัญอย่างไร” และ “ผู้ฟังต้องตัดสินใจหรือทำอะไรต่อ”

ด้านล่างคือ 10 Prompt ที่สามารถคัดลอกไปใช้ได้ทันที เพียงเปลี่ยนข้อความในวงเล็บให้ตรงกับธุรกิจ โครงการ หรือหัวข้อที่ต้องการนำเสนอ


1. Prompt สร้างโครงสไลด์ Consulting ตั้งแต่ต้นจนจบ

Prompt นี้เหมาะสำหรับคนที่มีหัวข้ออยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นสไลด์อย่างไร ควรเล่าเรื่องหน้าไหนก่อน หรือควรวางข้อเสนอไว้ช่วงใด จุดสำคัญคือให้ AI ช่วยออกแบบ Storyline ก่อนลงรายละเอียด เพราะสไลด์ที่ดูเป็นมืออาชีพมักไม่ได้เริ่มจากการเลือกสีหรือเลือก Template แต่เริ่มจากการวางตรรกะของเรื่องให้ชัดเจน

Prompt

“คุณเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์จากบริษัท Consulting ระดับสากล ช่วยออกแบบโครงสร้าง Presentation เรื่อง [ระบุหัวข้อ] สำหรับนำเสนอต่อ [ผู้บริหาร/ลูกค้า/นักลงทุน/ทีมงาน]

จัดเนื้อหาเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่

  1. Problem: ปัญหาหลักคืออะไร เกิดกับใคร มีผลกระทบอย่างไร และเหตุใดต้องแก้ตอนนี้
  2. Insight: ข้อมูลหรือข้อค้นพบสำคัญที่อธิบายสาเหตุของปัญหา
  3. Recommendation: ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ปัญหา
  4. Action Plan: ขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา และตัวชี้วัด

สร้างโครงสไลด์จำนวน [10-15] หน้า โดยระบุสำหรับแต่ละหน้า ได้แก่

  • ชื่อสไลด์แบบสรุปประเด็น
  • Key Message หนึ่งประโยค
  • เนื้อหาหลักที่ควรใส่
  • ข้อมูลหรือกราฟที่ควรใช้
  • ข้อสรุปที่ผู้ฟังควรเข้าใจ

จัดลำดับเรื่องให้มีความต่อเนื่อง กระชับ และนำไปสู่การตัดสินใจได้”

Prompt นี้จะช่วยลดปัญหาสไลด์กระโดดไปมา และทำให้ทุกหน้ามีหน้าที่ชัดเจนใน Storyline



2. Prompt วิเคราะห์ Problem ให้ชัดเจนและไม่กว้างเกินไป

หลาย Presentation เริ่มต้นด้วยปัญหาที่กว้างมาก เช่น “ยอดขายลดลง” “ลูกค้าไม่พอใจ” หรือ “ต้นทุนสูง” แต่ยังไม่ระบุว่าปัญหาเกิดที่จุดใด รุนแรงแค่ไหน และมีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไร Prompt นี้จะช่วยแยกปัญหาออกเป็นองค์ประกอบที่วิเคราะห์และแก้ไขได้จริง

Prompt

“ช่วยวิเคราะห์ปัญหาเรื่อง [ระบุปัญหา] ในรูปแบบ Consulting Problem Definition

กรุณาจัดเนื้อหาเป็นหัวข้อต่อไปนี้

  1. Current Situation: สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร
  2. Core Problem: ปัญหาหลักที่แท้จริงคืออะไร
  3. Symptoms: อาการหรือสิ่งที่มองเห็นจากภายนอก
  4. Root Causes: สาเหตุที่เป็นไปได้ของปัญหา
  5. Business Impact: ผลกระทบต่อรายได้ ต้นทุน ลูกค้า ทีมงาน และการเติบโต
  6. Urgency: หากไม่แก้ภายใน [ระยะเวลา] จะเกิดผลเสียอะไร
  7. Scope: ส่วนใดอยู่ในขอบเขตการแก้ไข และส่วนใดไม่อยู่ในขอบเขต

จากนั้นช่วยออกแบบสไลด์ Problem จำนวน 2-3 หน้า โดยใช้ชื่อสไลด์แบบ Conclusion-driven Title คือชื่อสไลด์ต้องสรุปสารสำคัญ ไม่ใช้ชื่อกว้าง ๆ เช่น ‘Current Situation’ หรือ ‘Problem Analysis’

เสนอรูปแบบภาพประกอบ เช่น Issue Tree, Process Flow, Funnel, Trend Chart หรือ Impact Matrix ที่เหมาะสมกับแต่ละหน้า”

ผลลัพธ์ที่ดีควรทำให้ผู้ฟังเห็นตรงกันก่อนว่า ปัญหาที่กำลังจะแก้คือเรื่องใด ไม่ใช่เพียงอาการที่เกิดขึ้นบนพื้นผิว



3. Prompt หา Insight จากข้อมูลธุรกิจ

ข้อมูลจำนวนมากไม่ได้แปลว่าจะได้ Insight ที่ดี เพราะ Insight ต้องอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น สาเหตุที่เป็นไปได้ และผลต่อการตัดสินใจ Prompt นี้เหมาะสำหรับใช้หลังจากมีตัวเลข รายงาน ผลสำรวจ หรือข้อมูลจากลูกค้าแล้ว

Prompt

“คุณเป็น Business Analyst ในทีม Strategy Consulting ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่อไปนี้

[วางข้อมูล ตัวเลข ตาราง ผลสำรวจ หรือสรุปรายงาน]

เป้าหมายของการวิเคราะห์คือ [ระบุเป้าหมาย เช่น หาสาเหตุยอดขายลด หาโอกาสเติบโต ลดต้นทุน หรือเพิ่ม Conversion]

กรุณาวิเคราะห์ตามลำดับดังนี้

  1. Fact: ข้อเท็จจริงที่เห็นจากข้อมูล
  2. Pattern: รูปแบบ แนวโน้ม หรือความผิดปกติ
  3. Comparison: ความแตกต่างระหว่างช่วงเวลา กลุ่มลูกค้า ช่องทาง หรือสินค้า
  4. Driver: ปัจจัยที่น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนผลลัพธ์
  5. Insight: ข้อค้นพบที่มีผลต่อการตัดสินใจ
  6. Implication: ธุรกิจควรให้ความสำคัญกับเรื่องใด
  7. Data Gap: ข้อมูลใดที่ยังขาดและควรเก็บเพิ่ม

เลือก Insight ที่สำคัญที่สุด 3-5 ข้อ แล้วเปลี่ยนเป็นสไลด์แบบ Consulting โดยแต่ละหน้าต้องมี

  • ชื่อสไลด์ที่สรุป Insight
  • หลักฐานสนับสนุน
  • กราฟหรือ Visualization ที่เหมาะสม
  • คำอธิบายว่า Insight นี้สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร

ห้ามสรุปเพียงว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่ต้องอธิบายความหมายเชิงธุรกิจของตัวเลขนั้นด้วย”

Prompt นี้จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นประเด็นที่ผู้บริหารนำไปใช้ตัดสินใจได้



4. Prompt สร้าง Executive Summary หน้าเดียว

Executive Summary เป็นหน้าที่สำคัญมาก เพราะผู้บริหารบางคนอาจอ่านเพียงหน้าเดียวก่อนตัดสินใจว่าจะเปิดดูรายละเอียดต่อหรือไม่ หน้านี้จึงต้องบอกทั้งปัญหา ข้อค้นพบ ข้อเสนอ และสิ่งที่ต้องดำเนินการ โดยไม่ใส่รายละเอียดจนแน่นเกินไป

Prompt

“ช่วยเขียน Executive Summary สำหรับ Presentation เรื่อง [ระบุหัวข้อ] โดยใช้ข้อมูลต่อไปนี้

Problem: [ระบุปัญหา]

Insight: [ระบุข้อค้นพบ]

Recommendation: [ระบุข้อเสนอ]

Action Plan: [ระบุแผนดำเนินงาน]

กลุ่มผู้ฟังคือ [ระบุผู้ฟัง] และวัตถุประสงค์ของการนำเสนอคือ [ขออนุมัติ/เสนอแนวทาง/รายงานผล/ขอทรัพยากร]

จัด Executive Summary ให้อยู่ในสไลด์หน้าเดียว ประกอบด้วย

  1. Situation: สถานการณ์สำคัญในปัจจุบัน
  2. Key Problem: ปัญหาที่ต้องตัดสินใจ
  3. Key Insights: ข้อค้นพบสำคัญไม่เกิน 3 ข้อ
  4. Recommendation: ข้อเสนอหลักหนึ่งประโยค
  5. Expected Impact: ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
  6. Immediate Actions: สิ่งที่ต้องเริ่มทำภายใน 30 วัน

ใช้ภาษากระชับแบบผู้บริหาร แต่ต้องชัดเจนและไม่ใช้คำกว้าง ๆ เช่น ‘ควรปรับปรุง’ หรือ ‘ควรพัฒนา’ ให้ระบุว่าต้องปรับอะไร ด้วยวิธีใด และเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อะไร

เสนอ Layout ของสไลด์ พร้อมลำดับการอ่านจากซ้ายไปขวาหรือบนลงล่าง”

เมื่อใช้ Prompt นี้ AI จะช่วยย่อเรื่องที่ซับซ้อนให้เหลือสารสำคัญที่อ่านแล้วเห็นภาพรวมได้ทันที



5. Prompt สร้าง Recommendation ที่มีเหตุผลรองรับ

ข้อเสนอแนะที่ดีไม่ควรเกิดจากความคิดเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงกับปัญหา Insight ความเป็นไปได้ และผลกระทบทางธุรกิจ Prompt นี้จะช่วยสร้าง Recommendation ที่สามารถตอบคำถามผู้บริหารได้ว่า “ทำไมต้องทำสิ่งนี้” และ “ทำไมต้องทำก่อนเรื่องอื่น”

Prompt

“จากปัญหาและ Insight ต่อไปนี้

Problem: [ระบุปัญหา]

Insights: [ระบุ Insight สำคัญ]

ข้อจำกัด: [งบประมาณ เวลา บุคลากร เทคโนโลยี หรือข้อกำหนดอื่น]

ช่วยสร้าง Recommendation เชิงกลยุทธ์จำนวน 3 ทางเลือก โดยแต่ละทางเลือกต้องประกอบด้วย

  1. แนวทางที่เสนอ
  2. ปัญหาที่แนวทางนี้แก้ได้
  3. เหตุผลที่ควรเลือก
  4. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
  5. ทรัพยากรที่ต้องใช้
  6. ความเสี่ยงและวิธีลดความเสี่ยง
  7. ระยะเวลาโดยประมาณ
  8. KPI ที่ใช้วัดผล

จากนั้นสร้างตารางเปรียบเทียบทั้ง 3 ทางเลือก โดยใช้เกณฑ์

  • ผลกระทบต่อธุรกิจ
  • ความง่ายในการดำเนินงาน
  • งบประมาณ
  • ระยะเวลา
  • ความเสี่ยง
  • ความสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร

ให้คะแนนแต่ละเกณฑ์ พร้อมเลือกทางเลือกที่แนะนำมากที่สุด และอธิบายเหตุผลแบบเป็นกลาง

สรุปออกมาเป็นสไลด์ Consulting จำนวน 2 หน้า ได้แก่ ‘Strategic Options’ และ ‘Recommended Direction’ โดยใช้ชื่อสไลด์ที่สรุปข้อเสนออย่างชัดเจน”

Prompt นี้เหมาะมากสำหรับงานที่ต้องขออนุมัติงบประมาณหรือเลือกระหว่างหลายแนวทาง



6. Prompt สร้าง Action Plan แบบ 30-60-90 วัน

Recommendation ที่ไม่มี Action Plan มักจบลงเป็นเพียงแนวคิด เพราะทีมงานยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากอะไร ใครเป็นเจ้าของงาน และผลลัพธ์ระยะสั้นควรเป็นแบบใด Prompt นี้จะช่วยเปลี่ยนข้อเสนอให้กลายเป็นแผนปฏิบัติที่เริ่มใช้งานได้จริง

Prompt

“ช่วยเปลี่ยน Recommendation ต่อไปนี้ให้เป็น Action Plan แบบ 30-60-90 วัน

Recommendation: [ระบุข้อเสนอ]

เป้าหมาย: [ระบุผลลัพธ์ที่ต้องการ]

ทีมที่เกี่ยวข้อง: [ระบุทีม]

ข้อจำกัด: [ระบุข้อจำกัด]

จัดแผนเป็น 3 ระยะ

ช่วง 0-30 วัน: การเตรียมความพร้อม เก็บข้อมูล แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ และทำ Quick Win

ช่วง 31-60 วัน: ทดลองดำเนินงาน ทดสอบแนวทาง และแก้ไขปัญหา

ช่วง 61-90 วัน: ขยายผล วัดผล และวางระบบระยะยาว

ในแต่ละระยะให้ระบุ

  • กิจกรรมหลัก
  • เจ้าของงาน
  • ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • ผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบ
  • KPI
  • ความเสี่ยง
  • สิ่งที่ต้องได้รับอนุมัติ
  • Dependency หรือสิ่งที่ต้องทำก่อน

จากนั้นออกแบบเป็นสไลด์ Roadmap แบบ Consulting โดยแบ่งเป็น Workstream เช่น People, Process, Technology และ Data

ช่วยเขียนชื่อสไลด์ที่สรุปสารสำคัญ เช่น ‘แผน 90 วันช่วยให้ทีมเริ่มเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่เดือนแรก’ แทนการใช้ชื่อทั่วไปว่า ‘Action Plan’”

จุดเด่นของ Prompt นี้คือช่วยทำให้ผู้ฟังรู้ว่า หลังจบการประชุมแล้วต้องทำอะไรต่อทันที



7. Prompt สร้างสไลด์เสนอผู้บริหารเพื่อขออนุมัติโครงการ

การนำเสนอเพื่อขออนุมัติไม่ควรเล่าทุกอย่างที่ทีมทำมา แต่ต้องเน้นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจ ได้แก่ เหตุผลที่ต้องทำ ผลประโยชน์ งบประมาณ ความเสี่ยง และสิ่งที่ต้องการอนุมัติ

Prompt

“คุณเป็นที่ปรึกษาที่ต้องเตรียมสไลด์เสนอผู้บริหารเพื่อขออนุมัติโครงการ [ชื่อโครงการ]

ข้อมูลเบื้องต้น

  • ปัญหาที่ต้องแก้: [ระบุ]
  • เป้าหมายโครงการ: [ระบุ]
  • งบประมาณ: [ระบุ]
  • ระยะเวลา: [ระบุ]
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: [ระบุ]
  • ความเสี่ยง: [ระบุ]
  • สิ่งที่ต้องการให้ผู้บริหารอนุมัติ: [ระบุ]

สร้าง Presentation จำนวน 8-10 หน้า โดยใช้โครงสร้าง

  1. Executive Summary
  2. Why Now
  3. Problem and Business Impact
  4. Key Insights
  5. Proposed Solution
  6. Expected Benefits
  7. Investment and Resources
  8. Risk Mitigation
  9. Implementation Roadmap
  10. Decision Required

สำหรับทุกหน้าให้เขียน

  • Conclusion-driven Title
  • เนื้อหาหลัก
  • ตัวเลขที่ควรเน้น
  • กราฟหรือแผนภาพ
  • คำถามที่ผู้บริหารอาจถาม
  • คำตอบที่ควรเตรียม

ใช้ภาษาที่เน้นการตัดสินใจ หลีกเลี่ยงคำอธิบายเชิงเทคนิคที่ไม่จำเป็น และทำให้ผู้บริหารเห็นอย่างชัดเจนว่า ผลตอบแทนหรือประโยชน์ของโครงการมีมากกว่าต้นทุนและความเสี่ยงอย่างไร”

Prompt นี้ช่วยเตรียมทั้งเนื้อหาบนสไลด์และคำถามที่อาจเกิดขึ้นในห้องประชุม



8. Prompt สร้างสไลด์ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ

โครงการลดต้นทุนมักถูกมองในแง่ลบ หากนำเสนอเพียงว่าต้องตัดค่าใช้จ่าย Prompt นี้จึงเน้นให้ AI วิเคราะห์ทั้งต้นทุนที่ไม่จำเป็น ประสิทธิภาพของกระบวนการ และผลกระทบต่อคุณภาพ เพื่อให้ข้อเสนอดูสมดุลและนำไปปฏิบัติได้

Prompt

“ช่วยสร้างสไลด์ Consulting เรื่องการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการ [ระบุกระบวนการหรือแผนก]

ข้อมูลปัจจุบัน

  • ต้นทุนหลัก: [ระบุ]
  • ขั้นตอนการทำงาน: [ระบุ]
  • ปัญหาหรือคอขวด: [ระบุ]
  • เวลาที่ใช้: [ระบุ]
  • จำนวนคนหรือทรัพยากร: [ระบุ]
  • เป้าหมายการลดต้นทุน: [ระบุ]

วิเคราะห์ด้วยกรอบ Problem, Insight, Recommendation และ Action Plan

Problem: ระบุจุดที่ต้นทุนสูง งานซ้ำซ้อน หรือเกิดความล่าช้า

Insight: วิเคราะห์ Cost Driver และสาเหตุที่ทำให้ประสิทธิภาพต่ำ

Recommendation: เสนอแนวทางลดต้นทุนโดยไม่กระทบคุณภาพ

Action Plan: วางแผนดำเนินงานเป็นระยะ พร้อม KPI

ช่วยแยกข้อเสนอเป็น 3 กลุ่ม

  1. Quick Wins ที่ทำได้ทันที
  2. Process Improvement ที่ต้องปรับวิธีทำงาน
  3. Transformation ที่อาจใช้ Automation หรือ AI

สำหรับแต่ละแนวทางให้คำนวณหรือประมาณการ

  • ต้นทุนที่ลดได้
  • ระยะเวลาคืนทุน
  • ผลกระทบต่อพนักงาน
  • ผลกระทบต่อลูกค้า
  • ความยากในการดำเนินงาน

สรุปเป็นสไลด์ 8-12 หน้า พร้อม Waterfall Chart, Process Map, Impact-Effort Matrix และ Implementation Roadmap”

ผลลัพธ์จะช่วยให้การลดต้นทุนไม่ใช่เพียงการตัดงบ แต่เป็นการออกแบบวิธีทำงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น



9. Prompt สร้างสไลด์กลยุทธ์การเติบโต

การพูดว่า “ต้องเพิ่มยอดขาย” ยังไม่ใช่กลยุทธ์ เพราะต้องรู้ว่าจะโตจากลูกค้ากลุ่มใด สินค้าใด ช่องทางใด และต้องลงทุนอะไร Prompt นี้ช่วยแยกโอกาสการเติบโตและจัดลำดับความสำคัญอย่างเป็นระบบ

Prompt

“คุณเป็น Growth Strategy Consultant ช่วยสร้าง Presentation เรื่องแผนการเติบโตของ [บริษัท/สินค้า/บริการ] ในช่วง [ระยะเวลา]

ข้อมูลเบื้องต้น

  • รายได้ปัจจุบัน: [ระบุ]
  • กลุ่มลูกค้าหลัก: [ระบุ]
  • สินค้าหรือบริการ: [ระบุ]
  • ช่องทางขาย: [ระบุ]
  • คู่แข่ง: [ระบุ]
  • เป้าหมายการเติบโต: [ระบุ]

วิเคราะห์โอกาสการเติบโตจาก 4 ด้าน

  1. เพิ่มยอดขายจากลูกค้าปัจจุบัน
  2. หาลูกค้ากลุ่มใหม่
  3. พัฒนาสินค้าหรือบริการใหม่
  4. ขยายช่องทางหรือพื้นที่ตลาด

จัดเนื้อหาในรูปแบบ

Problem: ข้อจำกัดที่ทำให้ธุรกิจเติบโตช้า

Insight: โอกาสที่มีศักยภาพมากที่สุด

Recommendation: กลยุทธ์ที่ควรให้ความสำคัญ

Action Plan: แผนดำเนินงานใน 12 เดือน

สร้าง Growth Opportunity Matrix โดยเปรียบเทียบ

  • ขนาดโอกาส
  • ความสามารถในการแข่งขัน
  • งบประมาณ
  • ระยะเวลาสร้างผลลัพธ์
  • ความเสี่ยง
  • ความพร้อมขององค์กร

เลือก 3 Growth Initiatives ที่ควรทำก่อน พร้อม Revenue Impact, KPI, Owner และ Timeline

ออกแบบโครงสไลด์ 10-12 หน้า และใช้ชื่อสไลด์ที่สรุปข้อค้นพบ เช่น ‘ลูกค้าปัจจุบันคือแหล่งรายได้ใหม่ที่เร็วและต้นทุนต่ำที่สุด’”

Prompt นี้ช่วยให้แผนเติบโตมีทางเลือกที่ชัดเจน แทนการเสนอหลายโครงการโดยไม่รู้ว่าควรเริ่มจากจุดใด



10. Prompt ตรวจและปรับสไลด์เดิมให้เป็นสไตล์ Consulting

บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องเริ่มทำสไลด์ใหม่ทั้งหมด แต่อาจมีเนื้อหาเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ชื่อหน้าไม่ชัด เนื้อหาซ้ำกัน และยังไม่มีข้อสรุป Prompt นี้เหมาะสำหรับใช้ตรวจงานก่อนนำเสนอจริง

Prompt

“ช่วยทำหน้าที่เป็น Senior Presentation Consultant ตรวจสอบโครงสไลด์ต่อไปนี้

[วางหัวข้อและเนื้อหาของสไลด์ทุกหน้า]

วัตถุประสงค์ของการนำเสนอคือ [ระบุ]

กลุ่มผู้ฟังคือ [ระบุ]

สิ่งที่ต้องการให้ผู้ฟังตัดสินใจหรือดำเนินการคือ [ระบุ]

กรุณาตรวจสอบใน 6 ด้าน

  1. Storyline มีลำดับ Problem, Insight, Recommendation และ Action Plan ชัดเจนหรือไม่
  2. แต่ละสไลด์มี Key Message เพียงหนึ่งประเด็นหรือไม่
  3. ชื่อสไลด์สรุปข้อค้นพบหรือเป็นเพียงชื่อหัวข้อ
  4. มีข้อมูลใดซ้ำ ไม่จำเป็น หรือควรย้ายไปภาคผนวก
  5. Recommendation เชื่อมโยงกับ Insight หรือไม่
  6. Action Plan มีผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา และ KPI ครบหรือไม่

จากนั้นช่วยปรับโครงสไลด์ใหม่ โดยแสดงเป็นตาราง

  • หมายเลขหน้า
  • ชื่อสไลด์เดิม
  • ปัญหาที่พบ
  • ชื่อสไลด์ใหม่
  • Key Message ใหม่
  • เนื้อหาที่ควรเพิ่ม
  • เนื้อหาที่ควรตัด
  • Visualization ที่แนะนำ

สุดท้ายช่วยสรุป Storyline ฉบับปรับปรุงเป็นข้อความสั้น ๆ ว่า ผู้ฟังจะถูกพาจากจุดเริ่มต้นไปสู่ข้อเสนอสุดท้ายอย่างไร”

Prompt นี้เปรียบเสมือนการมีที่ปรึกษาช่วยตรวจสไลด์ก่อนเข้าห้องประชุม ทำให้มองเห็นจุดที่ผู้จัดทำอาจมองข้าม



สูตรจำง่ายสำหรับทำสไลด์ Consulting

ทุกครั้งที่ทำสไลด์ ลองตรวจสอบว่าเนื้อหาตอบคำถาม 4 ข้อนี้ได้หรือไม่

  • Problem: ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
  • Insight: เราค้นพบอะไรจากข้อมูล
  • Recommendation: เราเสนอให้ทำอะไรและเพราะเหตุใด
  • Action Plan: ใครต้องทำอะไร เมื่อไร และวัดผลอย่างไร

อีกจุดที่สำคัญคือ ชื่อสไลด์ไม่ควรเป็นเพียงชื่อหมวด เช่น “Market Analysis” หรือ “Sales Performance” แต่ควรเขียนเป็นข้อสรุป เช่น “ยอดขายลดลงจากลูกค้ากลุ่มหลักที่ซื้อซ้ำน้อยลง” เพราะผู้ฟังจะเข้าใจสารสำคัญได้ทันที แม้ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดทั้งหมด

สไลด์แบบ Consulting ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีข้อความเยอะหรือใช้กราฟที่ซับซ้อน แต่ต้องช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจปัญหา เห็นหลักฐาน เชื่อในข้อเสนอ และรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ ลองนำ Prompt ทั้ง 10 ข้อนี้ไปปรับใช้กับหัวข้องานของคุณ แล้ว AI จะช่วยลดเวลาในการวางโครงเรื่อง วิเคราะห์ข้อมูล และเตรียมสไลด์ได้อย่างมาก

Logo

คอร์สเรียน