Skill360 Logo
Login
AI Prompt ChatGPT

30 คำสั่ง Prompt ใช้ ChatGPT วิเคราะห์หุ้นและช่วยตัดสินใจลงทุน

Skill360 Team
25 มิถุนายน 2569
328 ครั้ง
30 คำสั่ง Prompt ใช้ ChatGPT วิเคราะห์หุ้นและช่วยตัดสินใจลงทุน

ChatGPT สามารถช่วยวิเคราะห์ไฟล์งบการเงิน เช่น PDF, Excel และ CSV รวมถึงสร้างตาราง คำนวณอัตราส่วน และสรุปประเด็นสำคัญได้ แต่ควรแนบข้อมูลล่าสุดหรือเปิดใช้การค้นเว็บ พร้อมตรวจสอบตัวเลขกับงบการเงินและประกาศของบริษัททุกครั้ง เพราะ ChatGPT อาจให้ข้อมูลผิดหรือสรุปคลาดเคลื่อนได้

Prompt ต่อไปนี้ใช้เพื่อการศึกษาและประกอบการตัดสินใจ ไม่ควรใช้เป็นคำสั่งซื้อหรือขายหุ้นโดยตรง

วิธีเตรียมข้อมูลก่อนใช้ Prompt

เปลี่ยนข้อความในวงเล็บเหลี่ยม เช่น [ชื่อหุ้น] [ตลาดหุ้น] และ [ช่วงเวลา] ให้ตรงกับหุ้นที่ต้องการวิเคราะห์ หากมีงบการเงิน รายงานประจำปี แบบ 56-1 One Report หรือไฟล์ข้อมูลราคา ควรแนบไปพร้อมคำสั่ง

เพิ่มข้อความต่อไปนี้ท้าย Prompt ทุกครั้งเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

ใช้ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่วิเคราะห์ แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น อ้างอิงแหล่งข้อมูลของตัวเลขทุกชุด ห้ามสร้างข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน หากข้อมูลไม่เพียงพอให้ระบุอย่างตรงไปตรงมา และอย่าให้คำแนะนำซื้อหรือขายแบบฟันธง

กลุ่มที่ 1 วิเคราะห์ธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน

1. วิเคราะห์ภาพรวมบริษัท

ช่วยวิเคราะห์บริษัท [ชื่อบริษัท/ชื่อหุ้น] สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยศึกษาบริษัทนี้มาก่อน อธิบายว่าบริษัทขายอะไร ลูกค้าคือใคร รายได้มาจากช่องทางใด ต้นทุนหลักคืออะไร บริษัทเติบโตจากปัจจัยใด และมีความเสี่ยงสำคัญอะไร สรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมตาราง Business Model ของบริษัท

2. วิเคราะห์แหล่งรายได้

วิเคราะห์โครงสร้างรายได้ของ [ชื่อหุ้น] โดยแยกตามผลิตภัณฑ์ กลุ่มลูกค้า ภูมิภาค และช่องทางจำหน่าย เปรียบเทียบสัดส่วนรายได้ย้อนหลัง [จำนวนปี] ปี ระบุว่าส่วนใดกำลังเติบโต ส่วนใดชะลอตัว และรายได้ส่วนใดมีความเสี่ยงสูง

3. วิเคราะห์เครื่องยนต์การเติบโต

ช่วยค้นหา Growth Drivers ของ [ชื่อหุ้น] ว่าในอีก 3–5 ปี บริษัทมีโอกาสเติบโตจากอะไรบ้าง วิเคราะห์ทั้งการเพิ่มจำนวนลูกค้า การขึ้นราคา การเปิดสาขา ผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายต่างประเทศ การซื้อกิจการ และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน พร้อมระบุเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้นจริง

4. วิเคราะห์ความได้เปรียบในการแข่งขัน

วิเคราะห์ Economic Moat ของ [ชื่อหุ้น] โดยพิจารณาเรื่องแบรนด์ ต้นทุนต่ำ Network Effect Switching Cost สิทธิบัตร ข้อมูล ฐานลูกค้า ช่องทางจำหน่าย และขนาดกิจการ ให้คะแนนความได้เปรียบแต่ละด้าน 1–10 พร้อมหลักฐานสนับสนุนและปัจจัยที่อาจทำให้ความได้เปรียบลดลง

5. วิเคราะห์คู่แข่ง

เปรียบเทียบ [ชื่อหุ้น] กับคู่แข่งหลัก [รายชื่อคู่แข่ง] ในด้านขนาดธุรกิจ การเติบโต อัตรากำไร ส่วนแบ่งตลาด คุณภาพสินค้า ราคา ความแข็งแรงของแบรนด์ เทคโนโลยี และฐานะการเงิน สรุปเป็นตาราง พร้อมระบุว่าบริษัทใดได้เปรียบในแต่ละด้านและเพราะเหตุใด

กลุ่มที่ 2 วิเคราะห์งบการเงิน

6. วิเคราะห์งบการเงินย้อนหลัง

วิเคราะห์งบการเงินของ [ชื่อหุ้น] ย้อนหลัง [5–10] ปี ครอบคลุมรายได้ กำไรขั้นต้น กำไรจากการดำเนินงาน กำไรสุทธิ กระแสเงินสด หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น คำนวณอัตราการเติบโตเฉลี่ย และอธิบายจุดเปลี่ยนสำคัญในแต่ละปี

7. วิเคราะห์คุณภาพรายได้และกำไร

ตรวจสอบคุณภาพรายได้และกำไรของ [ชื่อหุ้น] ว่าเกิดจากการดำเนินงานปกติหรือรายการพิเศษ วิเคราะห์รายได้ค้างรับ ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ การรับรู้รายได้ กำไรจากการขายทรัพย์สิน และรายการครั้งเดียว พร้อมระบุสัญญาณที่อาจทำให้กำไรดูดีกว่าความเป็นจริง

8. วิเคราะห์กระแสเงินสด

วิเคราะห์ Cash Flow ของ [ชื่อหุ้น] ย้อนหลัง [จำนวนปี] ปี เปรียบเทียบกำไรสุทธิกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน คำนวณ Free Cash Flow และ Cash Conversion Ratio ตรวจสอบว่าเงินสดถูกใช้ไปกับอะไร พร้อมประเมินว่าบริษัทสามารถสร้างเงินสดได้สม่ำเสมอเพียงใด

9. วิเคราะห์หนี้และฐานะการเงิน

วิเคราะห์ความแข็งแรงของงบดุล [ชื่อหุ้น] โดยตรวจสอบเงินสด หนี้ระยะสั้น หนี้ระยะยาว อัตราดอกเบี้ย กำหนดชำระหนี้ Current Ratio Debt-to-Equity Net Debt-to-EBITDA และ Interest Coverage พร้อมจำลองว่าบริษัทจะรับมืออย่างไรหากรายได้ลดลง 10%, 20% และ 30%

10. ค้นหาสัญญาณเตือนจากงบการเงิน

ทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์นิติวิทยาศาสตร์ทางบัญชี ตรวจสอบงบการเงินของ [ชื่อหุ้น] เพื่อค้นหา Red Flags เช่น ลูกหนี้เพิ่มเร็วกว่ายอดขาย สินค้าคงเหลือผิดปกติ กระแสเงินสดต่ำกว่ากำไร การเปลี่ยนผู้สอบบัญชี รายการระหว่างกัน การเพิ่มทุนบ่อย และค่าใช้จ่ายที่ถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ สรุปเป็นตารางระดับความเสี่ยง

กลุ่มที่ 3 วิเคราะห์อัตราส่วนและมูลค่าหุ้น

11. วิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน

คำนวณและวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินของ [ชื่อหุ้น] ได้แก่ Gross Margin Operating Margin Net Margin ROA ROE ROIC Asset Turnover Current Ratio D/E และ Interest Coverage เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังและคู่แข่ง พร้อมอธิบายว่าสัดส่วนใดดีขึ้นหรือแย่ลง

12. ประเมินมูลค่าด้วย DCF

สร้างแบบจำลอง Discounted Cash Flow สำหรับ [ชื่อหุ้น] โดยแสดงสมมติฐานรายได้ อัตรากำไร ภาษี เงินลงทุน ค่าเสื่อมราคา Working Capital WACC และ Terminal Growth อย่างชัดเจน คำนวณมูลค่าเหมาะสมต่อหุ้น พร้อมทำ Sensitivity Analysis หลายระดับ และห้ามเลือกสมมติฐานเพื่อให้ได้มูลค่าที่ต้องการ

13. ประเมินมูลค่าด้วย Multiples

ประเมินมูลค่า [ชื่อหุ้น] ด้วย P/E P/BV EV/EBITDA EV/Sales PEG และ Free Cash Flow Yield เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง คู่แข่ง และค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม อธิบายว่าหุ้นที่ดูถูกหรือแพงเกิดจากความแตกต่างด้านการเติบโต ความเสี่ยง หรือคุณภาพธุรกิจหรือไม่

14. วิเคราะห์แบบ Reverse DCF

ทำ Reverse DCF ของ [ชื่อหุ้น] โดยใช้ราคาหุ้นปัจจุบันเพื่อคำนวณย้อนกลับว่าตลาดกำลังคาดหวังอัตราการเติบโตของรายได้ กำไร และกระแสเงินสดในระดับใด จากนั้นประเมินว่าความคาดหวังดังกล่าวสมเหตุสมผลเกินไป ต่ำเกินไป หรือเป็นไปได้ตามประวัติของบริษัท

15. คำนวณ Margin of Safety

ประเมินมูลค่าหุ้น [ชื่อหุ้น] ด้วยอย่างน้อย 3 วิธี ได้แก่ DCF Historical Multiples และ Peer Comparison จากนั้นสร้างช่วงมูลค่าแบบ Conservative Base Case และ Optimistic พร้อมคำนวณ Margin of Safety เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน โดยไม่สรุปว่าควรซื้อหรือขาย

กลุ่มที่ 4 วิเคราะห์หุ้นตามประเภท

16. วิเคราะห์หุ้นเติบโต

วิเคราะห์ [ชื่อหุ้น] ในฐานะหุ้นเติบโต ตรวจสอบขนาดตลาด Total Addressable Market การเติบโตของลูกค้า รายได้ต่อลูกค้า Retention Rate Unit Economics อัตรากำไร และความสามารถในการขยายธุรกิจ ระบุว่าการเติบโตมาจากคุณภาพธุรกิจจริงหรือการใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อการเติบโต

17. วิเคราะห์หุ้นปันผล

วิเคราะห์ความยั่งยืนของเงินปันผล [ชื่อหุ้น] โดยตรวจสอบ Dividend Yield Dividend Payout Ratio Free Cash Flow Payout Ratio ประวัติการจ่ายปันผล หนี้สิน เงินลงทุนในอนาคต และความผันผวนของกำไร สร้างสถานการณ์ว่าปันผลจะได้รับผลกระทบอย่างไรหากกำไรลดลง 10–30%

18. วิเคราะห์หุ้น Turnaround

วิเคราะห์ [ชื่อหุ้น] ในฐานะหุ้น Turnaround ระบุว่าปัญหาหลักของบริษัทคืออะไร ผู้บริหารกำลังแก้ไขอย่างไร มีหลักฐานอะไรที่แสดงว่าธุรกิจเริ่มฟื้น และตัวชี้วัดใดต้องติดตาม แยกให้ชัดเจนระหว่างการฟื้นตัวจริงกับการดีขึ้นเพียงชั่วคราว

19. วิเคราะห์หุ้นวัฏจักร

วิเคราะห์วัฏจักรธุรกิจของ [ชื่อหุ้น] ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ กำไร ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ กำลังการผลิต สินค้าคงคลัง อัตราดอกเบี้ย และเศรษฐกิจ ระบุว่าปัจจุบันบริษัทอาจอยู่ในช่วงต้น กลาง ปลาย หรือขาลงของวัฏจักร พร้อมหลักฐานสนับสนุน

20. วิเคราะห์หุ้นธนาคารหรือสถาบันการเงิน

วิเคราะห์ [ชื่อธนาคาร/หุ้นการเงิน] โดยพิจารณาการเติบโตของสินเชื่อ Net Interest Margin รายได้ค่าธรรมเนียม NPL Coverage Ratio Credit Cost เงินกองทุน และคุณภาพลูกหนี้ เปรียบเทียบกับคู่แข่ง พร้อมระบุความเสี่ยงจากดอกเบี้ยและเศรษฐกิจ

กลุ่มที่ 5 วิเคราะห์ราคา ข่าว และปัจจัยภายนอก

21. วิเคราะห์แนวโน้มราคาทางเทคนิค

วิเคราะห์ข้อมูลราคาของ [ชื่อหุ้น] ในช่วง [ระยะเวลา] โดยใช้แนวโน้มราคา ปริมาณซื้อขาย Moving Average RSI MACD และความผันผวน อธิบายว่าตัวชี้วัดแต่ละตัวกำลังสะท้อนอะไร ระบุจุดที่สมมติฐานแนวโน้มจะถูกหักล้าง และห้ามกล่าวว่าราคาจะขึ้นหรือลงอย่างแน่นอน

22. วิเคราะห์แนวรับ แนวต้าน และโครงสร้างราคา

วิเคราะห์โครงสร้างราคาของ [ชื่อหุ้น] จากข้อมูลที่แนบมา ระบุแนวรับ แนวต้าน จุดสูงและจุดต่ำสำคัญ Gap และบริเวณที่มีปริมาณซื้อขายหนาแน่น อธิบายเป็น Scenario แทนการทำนายราคา พร้อมระบุว่าระดับราคาใดจะทำให้แต่ละ Scenario ใช้ไม่ได้

23. วิเคราะห์ผลประกอบการรายไตรมาส

วิเคราะห์ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ [ชื่อหุ้น] เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ปีก่อน และประมาณการตลาด แยกผลลัพธ์ที่เกิดจากยอดขาย ราคา ปริมาณ ต้นทุน อัตราแลกเปลี่ยน และรายการพิเศษ พร้อมสรุปว่าสิ่งใดเป็นสัญญาณระยะยาวและสิ่งใดเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น

24. วิเคราะห์ผลกระทบจากข่าว

วิเคราะห์ข่าวต่อไปนี้ที่เกี่ยวข้องกับ [ชื่อหุ้น]: [วางข่าวหรือแนบลิงก์] แยกข้อเท็จจริงออกจากพาดหัวข่าว ประเมินผลกระทบต่อรายได้ ต้นทุน กำไร กระแสเงินสด และมูลค่าบริษัทในระยะสั้น กลาง และยาว พร้อมระบุว่าตลาดอาจตอบสนองเกินจริงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างไร

25. วิเคราะห์ความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ

วิเคราะห์ว่า [ชื่อหุ้น] มีความอ่อนไหวต่อ GDP เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน ราคาน้ำมัน กำลังซื้อ และนโยบายรัฐบาลอย่างไร สร้างตารางแสดงผลเชิงบวกและลบ พร้อมระบุปัจจัยเศรษฐกิจ 3–5 ตัวที่ควรติดตามมากที่สุด

กลุ่มที่ 6 ช่วยตัดสินใจและบริหารความเสี่ยง

26. สร้าง Bull Base และ Bear Case

สร้าง Scenario Analysis สำหรับ [ชื่อหุ้น] แบ่งเป็น Bull Case Base Case และ Bear Case ระบุสมมติฐานรายได้ อัตรากำไร กระแสเงินสด หนี้สิน และมูลค่าประเมินของแต่ละกรณี พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่จะบอกว่าเหตุการณ์กำลังเคลื่อนไปสู่ Scenario ใด

27. สร้างทะเบียนความเสี่ยง

สร้าง Risk Register สำหรับการศึกษาหุ้น [ชื่อหุ้น] ครอบคลุมความเสี่ยงด้านธุรกิจ การเงิน ผู้บริหาร กฎระเบียบ เทคโนโลยี คู่แข่ง เศรษฐกิจ สภาพคล่อง และมูลค่าหุ้น ให้คะแนนโอกาสเกิดและระดับผลกระทบ 1–5 พร้อมเสนอข้อมูลที่ควรติดตามเพื่อรับรู้ความเสี่ยงล่วงหน้า

28. วิเคราะห์ความเหมาะสมกับพอร์ต

ช่วยประเมินว่าหุ้น [ชื่อหุ้น] เพิ่มความเสี่ยงด้านใดให้กับพอร์ตที่ประกอบด้วย [รายชื่อสินทรัพย์และสัดส่วน] วิเคราะห์การกระจุกตัวตามอุตสาหกรรม ประเทศ ค่าเงิน ขนาดบริษัท และปัจจัยเศรษฐกิจ พร้อมเสนอทางเลือกในการลดความกระจุกตัว โดยไม่กำหนดคำสั่งซื้อขาย

29. วางกรอบกำหนดขนาดการลงทุน

สร้างกรอบการกำหนด Position Size สำหรับศึกษาหุ้น [ชื่อหุ้น] โดยพิจารณาความผันผวน ความเชื่อมั่นในสมมติฐาน Margin of Safety สภาพคล่อง และผลขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้ อธิบายตัวอย่างหลายสถานการณ์ และเน้นว่าขนาดสถานะต้องสอดคล้องกับความสามารถในการรับความเสี่ยง

30. สร้าง Investment Memo เพื่อสรุปการตัดสินใจ

จัดทำ Investment Memo สำหรับ [ชื่อหุ้น] ประกอบด้วยภาพรวมธุรกิจ Investment Thesis ปัจจัยสนับสนุน มูลค่าประเมิน ความเสี่ยง สิ่งที่ตลาดอาจมองข้าม ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม เหตุการณ์ที่ทำให้ Thesis ผิด และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ปิดท้ายด้วยสถานะ “ข้อมูลเพียงพอ” หรือ “ต้องศึกษาเพิ่ม” แทนคำแนะนำซื้อหรือขาย

Prompt รวมสำหรับวิเคราะห์หุ้นแบบครบวงจร

เมื่อต้องการวิเคราะห์หุ้นหนึ่งตัวอย่างละเอียด คุณสามารถใช้คำสั่งรวมนี้ได้

ทำหน้าที่เป็นทีมวิเคราะห์หุ้นที่ประกอบด้วยนักวิเคราะห์ธุรกิจ นักวิเคราะห์งบการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่า และผู้จัดการความเสี่ยง วิเคราะห์ [ชื่อหุ้น] จากข้อมูลล่าสุด โดยดำเนินการตามลำดับดังนี้
  1. อธิบายโมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้
  2. วิเคราะห์อุตสาหกรรม คู่แข่ง และ Economic Moat
  3. วิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี
  4. ตรวจสอบคุณภาพกำไร กระแสเงินสด หนี้ และ Red Flags
  5. คำนวณอัตราส่วนสำคัญและเปรียบเทียบคู่แข่ง
  6. ประเมินมูลค่าด้วย DCF Multiples และ Reverse DCF
  7. สร้าง Bull Base และ Bear Case
  8. ระบุความเสี่ยงและเหตุการณ์ที่ทำให้สมมติฐานผิด
  9. สร้างรายการข้อมูลที่ต้องติดตามในแต่ละไตรมาส
  10. สรุปเป็น Investment Memo
ใช้ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่วิเคราะห์ อ้างอิงแหล่งข้อมูลและวันที่ของตัวเลขทุกชุด แยกข้อเท็จจริง สมมติฐาน และความคิดเห็นอย่างชัดเจน ห้ามแต่งตัวเลข หากข้อมูลไม่เพียงพอให้ระบุว่าต้องการข้อมูลใดเพิ่มเติม และไม่ให้คำแนะนำซื้อหรือขายแบบฟันธง


Logo

คอร์สเรียน