ChatGPT สามารถช่วยวิเคราะห์ไฟล์งบการเงิน เช่น PDF, Excel และ CSV รวมถึงสร้างตาราง คำนวณอัตราส่วน และสรุปประเด็นสำคัญได้ แต่ควรแนบข้อมูลล่าสุดหรือเปิดใช้การค้นเว็บ พร้อมตรวจสอบตัวเลขกับงบการเงินและประกาศของบริษัททุกครั้ง เพราะ ChatGPT อาจให้ข้อมูลผิดหรือสรุปคลาดเคลื่อนได้
Prompt ต่อไปนี้ใช้เพื่อการศึกษาและประกอบการตัดสินใจ ไม่ควรใช้เป็นคำสั่งซื้อหรือขายหุ้นโดยตรง
วิธีเตรียมข้อมูลก่อนใช้ Prompt
เปลี่ยนข้อความในวงเล็บเหลี่ยม เช่น [ชื่อหุ้น] [ตลาดหุ้น] และ [ช่วงเวลา] ให้ตรงกับหุ้นที่ต้องการวิเคราะห์ หากมีงบการเงิน รายงานประจำปี แบบ 56-1 One Report หรือไฟล์ข้อมูลราคา ควรแนบไปพร้อมคำสั่ง
เพิ่มข้อความต่อไปนี้ท้าย Prompt ทุกครั้งเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
ใช้ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่วิเคราะห์ แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น อ้างอิงแหล่งข้อมูลของตัวเลขทุกชุด ห้ามสร้างข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน หากข้อมูลไม่เพียงพอให้ระบุอย่างตรงไปตรงมา และอย่าให้คำแนะนำซื้อหรือขายแบบฟันธง
กลุ่มที่ 1 วิเคราะห์ธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน
1. วิเคราะห์ภาพรวมบริษัท
ช่วยวิเคราะห์บริษัท [ชื่อบริษัท/ชื่อหุ้น] สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยศึกษาบริษัทนี้มาก่อน อธิบายว่าบริษัทขายอะไร ลูกค้าคือใคร รายได้มาจากช่องทางใด ต้นทุนหลักคืออะไร บริษัทเติบโตจากปัจจัยใด และมีความเสี่ยงสำคัญอะไร สรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมตาราง Business Model ของบริษัท2. วิเคราะห์แหล่งรายได้
วิเคราะห์โครงสร้างรายได้ของ[ชื่อหุ้น]โดยแยกตามผลิตภัณฑ์ กลุ่มลูกค้า ภูมิภาค และช่องทางจำหน่าย เปรียบเทียบสัดส่วนรายได้ย้อนหลัง[จำนวนปี]ปี ระบุว่าส่วนใดกำลังเติบโต ส่วนใดชะลอตัว และรายได้ส่วนใดมีความเสี่ยงสูง
3. วิเคราะห์เครื่องยนต์การเติบโต
ช่วยค้นหา Growth Drivers ของ [ชื่อหุ้น] ว่าในอีก 3–5 ปี บริษัทมีโอกาสเติบโตจากอะไรบ้าง วิเคราะห์ทั้งการเพิ่มจำนวนลูกค้า การขึ้นราคา การเปิดสาขา ผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายต่างประเทศ การซื้อกิจการ และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน พร้อมระบุเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้นจริง4. วิเคราะห์ความได้เปรียบในการแข่งขัน
วิเคราะห์ Economic Moat ของ [ชื่อหุ้น] โดยพิจารณาเรื่องแบรนด์ ต้นทุนต่ำ Network Effect Switching Cost สิทธิบัตร ข้อมูล ฐานลูกค้า ช่องทางจำหน่าย และขนาดกิจการ ให้คะแนนความได้เปรียบแต่ละด้าน 1–10 พร้อมหลักฐานสนับสนุนและปัจจัยที่อาจทำให้ความได้เปรียบลดลง5. วิเคราะห์คู่แข่ง
เปรียบเทียบ[ชื่อหุ้น]กับคู่แข่งหลัก[รายชื่อคู่แข่ง]ในด้านขนาดธุรกิจ การเติบโต อัตรากำไร ส่วนแบ่งตลาด คุณภาพสินค้า ราคา ความแข็งแรงของแบรนด์ เทคโนโลยี และฐานะการเงิน สรุปเป็นตาราง พร้อมระบุว่าบริษัทใดได้เปรียบในแต่ละด้านและเพราะเหตุใด
กลุ่มที่ 2 วิเคราะห์งบการเงิน
6. วิเคราะห์งบการเงินย้อนหลัง
วิเคราะห์งบการเงินของ[ชื่อหุ้น]ย้อนหลัง[5–10]ปี ครอบคลุมรายได้ กำไรขั้นต้น กำไรจากการดำเนินงาน กำไรสุทธิ กระแสเงินสด หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น คำนวณอัตราการเติบโตเฉลี่ย และอธิบายจุดเปลี่ยนสำคัญในแต่ละปี
7. วิเคราะห์คุณภาพรายได้และกำไร
ตรวจสอบคุณภาพรายได้และกำไรของ [ชื่อหุ้น] ว่าเกิดจากการดำเนินงานปกติหรือรายการพิเศษ วิเคราะห์รายได้ค้างรับ ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ การรับรู้รายได้ กำไรจากการขายทรัพย์สิน และรายการครั้งเดียว พร้อมระบุสัญญาณที่อาจทำให้กำไรดูดีกว่าความเป็นจริง8. วิเคราะห์กระแสเงินสด
วิเคราะห์ Cash Flow ของ[ชื่อหุ้น]ย้อนหลัง[จำนวนปี]ปี เปรียบเทียบกำไรสุทธิกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน คำนวณ Free Cash Flow และ Cash Conversion Ratio ตรวจสอบว่าเงินสดถูกใช้ไปกับอะไร พร้อมประเมินว่าบริษัทสามารถสร้างเงินสดได้สม่ำเสมอเพียงใด
9. วิเคราะห์หนี้และฐานะการเงิน
วิเคราะห์ความแข็งแรงของงบดุล [ชื่อหุ้น] โดยตรวจสอบเงินสด หนี้ระยะสั้น หนี้ระยะยาว อัตราดอกเบี้ย กำหนดชำระหนี้ Current Ratio Debt-to-Equity Net Debt-to-EBITDA และ Interest Coverage พร้อมจำลองว่าบริษัทจะรับมืออย่างไรหากรายได้ลดลง 10%, 20% และ 30%10. ค้นหาสัญญาณเตือนจากงบการเงิน
ทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์นิติวิทยาศาสตร์ทางบัญชี ตรวจสอบงบการเงินของ [ชื่อหุ้น] เพื่อค้นหา Red Flags เช่น ลูกหนี้เพิ่มเร็วกว่ายอดขาย สินค้าคงเหลือผิดปกติ กระแสเงินสดต่ำกว่ากำไร การเปลี่ยนผู้สอบบัญชี รายการระหว่างกัน การเพิ่มทุนบ่อย และค่าใช้จ่ายที่ถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ สรุปเป็นตารางระดับความเสี่ยงกลุ่มที่ 3 วิเคราะห์อัตราส่วนและมูลค่าหุ้น
11. วิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน
คำนวณและวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินของ [ชื่อหุ้น] ได้แก่ Gross Margin Operating Margin Net Margin ROA ROE ROIC Asset Turnover Current Ratio D/E และ Interest Coverage เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังและคู่แข่ง พร้อมอธิบายว่าสัดส่วนใดดีขึ้นหรือแย่ลง12. ประเมินมูลค่าด้วย DCF
สร้างแบบจำลอง Discounted Cash Flow สำหรับ [ชื่อหุ้น] โดยแสดงสมมติฐานรายได้ อัตรากำไร ภาษี เงินลงทุน ค่าเสื่อมราคา Working Capital WACC และ Terminal Growth อย่างชัดเจน คำนวณมูลค่าเหมาะสมต่อหุ้น พร้อมทำ Sensitivity Analysis หลายระดับ และห้ามเลือกสมมติฐานเพื่อให้ได้มูลค่าที่ต้องการ13. ประเมินมูลค่าด้วย Multiples
ประเมินมูลค่า [ชื่อหุ้น] ด้วย P/E P/BV EV/EBITDA EV/Sales PEG และ Free Cash Flow Yield เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง คู่แข่ง และค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม อธิบายว่าหุ้นที่ดูถูกหรือแพงเกิดจากความแตกต่างด้านการเติบโต ความเสี่ยง หรือคุณภาพธุรกิจหรือไม่14. วิเคราะห์แบบ Reverse DCF
ทำ Reverse DCF ของ [ชื่อหุ้น] โดยใช้ราคาหุ้นปัจจุบันเพื่อคำนวณย้อนกลับว่าตลาดกำลังคาดหวังอัตราการเติบโตของรายได้ กำไร และกระแสเงินสดในระดับใด จากนั้นประเมินว่าความคาดหวังดังกล่าวสมเหตุสมผลเกินไป ต่ำเกินไป หรือเป็นไปได้ตามประวัติของบริษัท15. คำนวณ Margin of Safety
ประเมินมูลค่าหุ้น [ชื่อหุ้น] ด้วยอย่างน้อย 3 วิธี ได้แก่ DCF Historical Multiples และ Peer Comparison จากนั้นสร้างช่วงมูลค่าแบบ Conservative Base Case และ Optimistic พร้อมคำนวณ Margin of Safety เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน โดยไม่สรุปว่าควรซื้อหรือขายกลุ่มที่ 4 วิเคราะห์หุ้นตามประเภท
16. วิเคราะห์หุ้นเติบโต
วิเคราะห์ [ชื่อหุ้น] ในฐานะหุ้นเติบโต ตรวจสอบขนาดตลาด Total Addressable Market การเติบโตของลูกค้า รายได้ต่อลูกค้า Retention Rate Unit Economics อัตรากำไร และความสามารถในการขยายธุรกิจ ระบุว่าการเติบโตมาจากคุณภาพธุรกิจจริงหรือการใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อการเติบโต17. วิเคราะห์หุ้นปันผล
วิเคราะห์ความยั่งยืนของเงินปันผล [ชื่อหุ้น] โดยตรวจสอบ Dividend Yield Dividend Payout Ratio Free Cash Flow Payout Ratio ประวัติการจ่ายปันผล หนี้สิน เงินลงทุนในอนาคต และความผันผวนของกำไร สร้างสถานการณ์ว่าปันผลจะได้รับผลกระทบอย่างไรหากกำไรลดลง 10–30%18. วิเคราะห์หุ้น Turnaround
วิเคราะห์ [ชื่อหุ้น] ในฐานะหุ้น Turnaround ระบุว่าปัญหาหลักของบริษัทคืออะไร ผู้บริหารกำลังแก้ไขอย่างไร มีหลักฐานอะไรที่แสดงว่าธุรกิจเริ่มฟื้น และตัวชี้วัดใดต้องติดตาม แยกให้ชัดเจนระหว่างการฟื้นตัวจริงกับการดีขึ้นเพียงชั่วคราว19. วิเคราะห์หุ้นวัฏจักร
วิเคราะห์วัฏจักรธุรกิจของ [ชื่อหุ้น] ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ กำไร ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ กำลังการผลิต สินค้าคงคลัง อัตราดอกเบี้ย และเศรษฐกิจ ระบุว่าปัจจุบันบริษัทอาจอยู่ในช่วงต้น กลาง ปลาย หรือขาลงของวัฏจักร พร้อมหลักฐานสนับสนุน20. วิเคราะห์หุ้นธนาคารหรือสถาบันการเงิน
วิเคราะห์ [ชื่อธนาคาร/หุ้นการเงิน] โดยพิจารณาการเติบโตของสินเชื่อ Net Interest Margin รายได้ค่าธรรมเนียม NPL Coverage Ratio Credit Cost เงินกองทุน และคุณภาพลูกหนี้ เปรียบเทียบกับคู่แข่ง พร้อมระบุความเสี่ยงจากดอกเบี้ยและเศรษฐกิจกลุ่มที่ 5 วิเคราะห์ราคา ข่าว และปัจจัยภายนอก
21. วิเคราะห์แนวโน้มราคาทางเทคนิค
วิเคราะห์ข้อมูลราคาของ[ชื่อหุ้น]ในช่วง[ระยะเวลา]โดยใช้แนวโน้มราคา ปริมาณซื้อขาย Moving Average RSI MACD และความผันผวน อธิบายว่าตัวชี้วัดแต่ละตัวกำลังสะท้อนอะไร ระบุจุดที่สมมติฐานแนวโน้มจะถูกหักล้าง และห้ามกล่าวว่าราคาจะขึ้นหรือลงอย่างแน่นอน
22. วิเคราะห์แนวรับ แนวต้าน และโครงสร้างราคา
วิเคราะห์โครงสร้างราคาของ [ชื่อหุ้น] จากข้อมูลที่แนบมา ระบุแนวรับ แนวต้าน จุดสูงและจุดต่ำสำคัญ Gap และบริเวณที่มีปริมาณซื้อขายหนาแน่น อธิบายเป็น Scenario แทนการทำนายราคา พร้อมระบุว่าระดับราคาใดจะทำให้แต่ละ Scenario ใช้ไม่ได้23. วิเคราะห์ผลประกอบการรายไตรมาส
วิเคราะห์ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ [ชื่อหุ้น] เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ปีก่อน และประมาณการตลาด แยกผลลัพธ์ที่เกิดจากยอดขาย ราคา ปริมาณ ต้นทุน อัตราแลกเปลี่ยน และรายการพิเศษ พร้อมสรุปว่าสิ่งใดเป็นสัญญาณระยะยาวและสิ่งใดเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น24. วิเคราะห์ผลกระทบจากข่าว
วิเคราะห์ข่าวต่อไปนี้ที่เกี่ยวข้องกับ[ชื่อหุ้น]:[วางข่าวหรือแนบลิงก์]แยกข้อเท็จจริงออกจากพาดหัวข่าว ประเมินผลกระทบต่อรายได้ ต้นทุน กำไร กระแสเงินสด และมูลค่าบริษัทในระยะสั้น กลาง และยาว พร้อมระบุว่าตลาดอาจตอบสนองเกินจริงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างไร
25. วิเคราะห์ความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ว่า [ชื่อหุ้น] มีความอ่อนไหวต่อ GDP เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน ราคาน้ำมัน กำลังซื้อ และนโยบายรัฐบาลอย่างไร สร้างตารางแสดงผลเชิงบวกและลบ พร้อมระบุปัจจัยเศรษฐกิจ 3–5 ตัวที่ควรติดตามมากที่สุดกลุ่มที่ 6 ช่วยตัดสินใจและบริหารความเสี่ยง
26. สร้าง Bull Base และ Bear Case
สร้าง Scenario Analysis สำหรับ [ชื่อหุ้น] แบ่งเป็น Bull Case Base Case และ Bear Case ระบุสมมติฐานรายได้ อัตรากำไร กระแสเงินสด หนี้สิน และมูลค่าประเมินของแต่ละกรณี พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่จะบอกว่าเหตุการณ์กำลังเคลื่อนไปสู่ Scenario ใด27. สร้างทะเบียนความเสี่ยง
สร้าง Risk Register สำหรับการศึกษาหุ้น [ชื่อหุ้น] ครอบคลุมความเสี่ยงด้านธุรกิจ การเงิน ผู้บริหาร กฎระเบียบ เทคโนโลยี คู่แข่ง เศรษฐกิจ สภาพคล่อง และมูลค่าหุ้น ให้คะแนนโอกาสเกิดและระดับผลกระทบ 1–5 พร้อมเสนอข้อมูลที่ควรติดตามเพื่อรับรู้ความเสี่ยงล่วงหน้า28. วิเคราะห์ความเหมาะสมกับพอร์ต
ช่วยประเมินว่าหุ้น[ชื่อหุ้น]เพิ่มความเสี่ยงด้านใดให้กับพอร์ตที่ประกอบด้วย[รายชื่อสินทรัพย์และสัดส่วน]วิเคราะห์การกระจุกตัวตามอุตสาหกรรม ประเทศ ค่าเงิน ขนาดบริษัท และปัจจัยเศรษฐกิจ พร้อมเสนอทางเลือกในการลดความกระจุกตัว โดยไม่กำหนดคำสั่งซื้อขาย
29. วางกรอบกำหนดขนาดการลงทุน
สร้างกรอบการกำหนด Position Size สำหรับศึกษาหุ้น [ชื่อหุ้น] โดยพิจารณาความผันผวน ความเชื่อมั่นในสมมติฐาน Margin of Safety สภาพคล่อง และผลขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้ อธิบายตัวอย่างหลายสถานการณ์ และเน้นว่าขนาดสถานะต้องสอดคล้องกับความสามารถในการรับความเสี่ยง30. สร้าง Investment Memo เพื่อสรุปการตัดสินใจ
จัดทำ Investment Memo สำหรับ [ชื่อหุ้น] ประกอบด้วยภาพรวมธุรกิจ Investment Thesis ปัจจัยสนับสนุน มูลค่าประเมิน ความเสี่ยง สิ่งที่ตลาดอาจมองข้าม ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม เหตุการณ์ที่ทำให้ Thesis ผิด และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ปิดท้ายด้วยสถานะ “ข้อมูลเพียงพอ” หรือ “ต้องศึกษาเพิ่ม” แทนคำแนะนำซื้อหรือขายPrompt รวมสำหรับวิเคราะห์หุ้นแบบครบวงจร
เมื่อต้องการวิเคราะห์หุ้นหนึ่งตัวอย่างละเอียด คุณสามารถใช้คำสั่งรวมนี้ได้
ทำหน้าที่เป็นทีมวิเคราะห์หุ้นที่ประกอบด้วยนักวิเคราะห์ธุรกิจ นักวิเคราะห์งบการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่า และผู้จัดการความเสี่ยง วิเคราะห์ [ชื่อหุ้น] จากข้อมูลล่าสุด โดยดำเนินการตามลำดับดังนี้- อธิบายโมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้
- วิเคราะห์อุตสาหกรรม คู่แข่ง และ Economic Moat
- วิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี
- ตรวจสอบคุณภาพกำไร กระแสเงินสด หนี้ และ Red Flags
- คำนวณอัตราส่วนสำคัญและเปรียบเทียบคู่แข่ง
- ประเมินมูลค่าด้วย DCF Multiples และ Reverse DCF
- สร้าง Bull Base และ Bear Case
- ระบุความเสี่ยงและเหตุการณ์ที่ทำให้สมมติฐานผิด
- สร้างรายการข้อมูลที่ต้องติดตามในแต่ละไตรมาส
- สรุปเป็น Investment Memo
ใช้ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่วิเคราะห์ อ้างอิงแหล่งข้อมูลและวันที่ของตัวเลขทุกชุด แยกข้อเท็จจริง สมมติฐาน และความคิดเห็นอย่างชัดเจน ห้ามแต่งตัวเลข หากข้อมูลไม่เพียงพอให้ระบุว่าต้องการข้อมูลใดเพิ่มเติม และไม่ให้คำแนะนำซื้อหรือขายแบบฟันธง