จาก pstack สู่งานธุรกิจ

Agentic AI
with Lauren Tan

ถอดบทเรียนจาก pstack: ให้ AI เข้าใจเป้าหมาย เลือกวิธีทำ ลงมือ ตรวจพฤติกรรมจริง และนำข้อผิดพลาดกลับไปปรับระบบ พร้อมแบบแปลน Agentic Work OS สำหรับ Marketing, Sales, HR, Accounting และงานโครงการ

แนวคิดและระบบงานหลักฐานและการตรวจ
ตรวจผลด้วย Evidence
แก้ข้อผิดพลาดด้วย Learning Loop
Agentic Work OSตัวอย่าง Workflow
Goalระบุเป้าหมายและเกณฑ์สำเร็จ
ชัดเจน
Routerเลือก Playbook ตามโจทย์
เหมาะสม
Executeลงมือเป็นหน่วยที่ตรวจได้
ดำเนินการ
Verifyตรวจผลจริงและเก็บหลักฐาน
มี Evidence
เรื่องนี้เริ่มที่ไหน?

Lauren Tan กับ pstack

จากระบบช่วย Coding Agent ทำงานอย่างเข้มงวด สู่หลักคิดสำหรับงานที่ต้องตรวจสอบผลลัพธ์

Lauren Tan ใช้ชื่อ GitHub ว่า poteto ตัวอย่างที่ศึกษาคือ pstack ใน repository ของ Cursor, poteto/how และ verification-skill-example โครงการต้นทางมุ่งงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ส่วน Agentic Work OS ในบทความนี้คือข้อเสนอของ Skill360 ที่ดัดแปลงสู่งานธุรกิจ

แนวคิดแกนกลางคือ Skill ทำหน้าที่เฉพาะอย่าง, Playbook กำหนดลำดับงาน, Router เลือกเส้นทางตามโจทย์, Principle กำกับการตัดสินใจ, Verification ตรวจผลที่เกิดจริง และ Learning Loop เปลี่ยนวิธีทำงานเมื่อพบข้อผิดพลาดซ้ำ

Goal→Router→Playbook→Skills / Tools→Evidence→Learning

Skill คือความสามารถ

กติกาและวิธีทำสำหรับงานหนึ่งประเภท เช่น สืบค้น อธิบาย ทดสอบ หรือส่งต่อ

Playbook คือลำดับ

ร้อยหลายความสามารถตามสถานการณ์ เช่น การตัดสินใจ สร้างฟีเจอร์ หรือรับช่วงโครงการ

Router คือผู้เลือก

ตีความเป้าหมาย ความเสี่ยง ขอบเขต และหลักฐาน ก่อนเลือก Playbook ที่คุ้มค่า

Principle คือหลักกำกับ

หลักที่ใช้ข้ามงาน เช่น พิสูจน์พฤติกรรมจริง แก้ต้นเหตุ และรักษาบริบทให้กระชับ

อ่านให้ตรงต้นทาง: คำสั่ง /poteto-mode, /how, /arena เป็นส่วนของ pstack; /agentic-mode, /aumnuay-mode และ Agentic Work OS เป็นแบบแปลนที่เราเสนอ ยังไม่ได้หมายความว่าติดตั้งใช้งานแล้ว
ระบบต้นทางทำงานอย่างไร?

กลไกสำคัญของ pstack

/poteto-mode เป็นทางเข้าหลักที่เลือก Playbook แล้วเรียก Skill และ Principle ตามลักษณะงาน

เมื่อรับโจทย์ pstack จะจับงานเข้ากับ Playbook กำหนดรายการขั้นตอน แล้ว route ไปยังความสามารถที่เกี่ยวข้อง เช่น /how, /why, /architect, /arena, /interrogate, /reflect และ /correct โครงสร้างพัฒนาอยู่เสมอ จำนวน Skill หรือ Principle จึงควรตรวจจาก repository ปัจจุบันก่อนนำไปอ้างเป็นตัวเลขตายตัว

ความสามารถหน้าที่ใน pstackแนวทางใช้กับงานธุรกิจ
/recallรื้อฟื้นบริบทจากประวัติงานทำ Current State Brief ก่อนเริ่มต่อ
/how และ /whyอธิบายระบบและเหตุผลเดิมแยก process ที่ทำอยู่จาก rationale ที่เลือกมัน
/architectทำความเข้าใจ ร่างทางเลือกและขอบเขตก่อนลงมือออกแบบ Data, Process, Role, Interface และจุดรับผิดชอบ
/arenaสร้างหลายคำตอบต่อโจทย์เดียว แล้วเลือกและผสมข้อดีทดลองแนว Campaign หรือ Offer บนเกณฑ์เดียวกัน
/interrogateให้ reviewer พยายามหาจุดบกพร่องตรวจ Accuracy, Customer, Risk, Business
/reflect และ /correctเรียนรู้จากงานจริงและแก้ข้อผิดพลาดซ้ำในโครงสร้างปรับ template, rule, checker ไม่เพิ่มเพียงข้อความเตือน

/how: เข้าใจระบบก่อนเสนอทางแก้

Repository poteto/how มี prompt สำหรับผู้สำรวจและ rubric วิจารณ์งาน ถ้าต้องเข้าใจระบบ Lead จาก Facebook ไป LINE ให้สำรวจ Process, Data, Technology และ People จากหลักฐานที่มี แล้วสังเคราะห์ mental model เดียว การใช้หลาย Agent เหมาะกับโจทย์ใหญ่ที่แยกการสำรวจได้จริง งานเล็กอาจใช้คนเดียว

/arena: แข่งขันคำตอบ ไม่ใช่เพียงแบ่งงาน

Arena ให้ผู้เข้าร่วมหลายรายแก้โจทย์เดียวกัน จากนั้นใช้เกณฑ์ตัดสิน เลือกคำตอบฐาน นำส่วนที่ดีกว่าจากคำตอบอื่นมาผสม และตรวจผลใหม่ ต่างจาก Swarm ซึ่งแบ่งคนละส่วนของงาน เช่น คนหนึ่งดู Data อีกคนดู Process

/architect: เลือกโครงสร้างก่อนผูกมัด

Skill ต้นทางใช้ Ground → Sketch → Agree → Implement → Scrap และกำหนดให้ร่างอย่างน้อยสองทางเลือกที่ต่างกันเชิงโครงสร้าง สำหรับงานธุรกิจแปลเป็นทำแผนที่สภาพจริง → ออกแบบ operating model หลายแบบ → ประเมินความเป็นไปได้ → ลงมือ → ปรับหรือรื้อแบบเมื่อหลักฐานใหม่พิสูจน์ว่าโครงเดิมผิด

มี community port ไปยัง Claude Code, Codex และเครื่องมืออื่น แต่คำสั่ง สิทธิ์การเรียก Agent และความเข้ากันได้ขึ้นกับแต่ละแพลตฟอร์ม โปรดตรวจเอกสารเวอร์ชันที่จะใช้จริง
ทำเสร็จแล้วพิสูจน์อย่างไร?

Verification ต้องมี Evidence

ไฟล์ถูกสร้างหรือ test ผ่าน ไม่ได้ตอบทุกครั้งว่าผู้ใช้ทำสิ่งที่ตั้งใจได้จริง

verification-skill-example เป็นตัวอย่างแอปสมมติ มี Skill และ Feature Map ที่แยกหนึ่งพื้นที่ของผลิตภัณฑ์ต่อหนึ่งไฟล์: สิ่งนั้นคืออะไร ผู้ใช้เข้าถึงอย่างไร ขับทดสอบอย่างไร และจุดไหนมักทำให้ Agent หลงเชื่อเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง Agent จึงอ่านเฉพาะ feature ที่เกี่ยว โดยไม่ต้องรับเอกสารทั้งระบบเข้าบริบท

Change→Match Feature→Fresh Environment→Drive User Paths→Capture Evidence

เส้นทางที่เกี่ยวอาจรวม success, cancel, error, empty และ persistence หลัง reload หลักฐานเป็น screenshot, DOM assertion, clipboard, network หรือผลการเปิดอีกครั้ง ขอบเขตของข้อสรุปต้องตรงกับสิ่งที่ตรวจจริง

งานการดูผิวเผินการตรวจพฤติกรรมจริง
Landing Pageข้อความดูดีCTA, link, form, mobile, pixel/event ทำงาน
รายงานกราฟสมเหตุสมผลSource, date range, นิยาม, สูตร และ reconciliation ตรงกัน
AutomationFlow มีทุกกล่องข้อมูลปกติ ว่าง ซ้ำ ผิดรูปแบบ retry และ handoff
คอนเทนต์อ่านลื่นตรวจ claim กับแหล่งข้อมูล ลิงก์ ข้อความบังคับ และรูปแบบจริง
Trainingสไลด์สวยผู้เรียนทำงานเป้าหมายได้ และ rubric ให้คะแนนสอดคล้อง

Definition of Done

ต้องตอบว่า “คาดให้เกิดอะไร”, “เกิดอะไรจริง”, “ตรวจอย่างไร”, “หลักฐานอยู่ที่ไหน” และ “ยังไม่ทราบอะไร” ถ้าตรวจจริงไม่ได้ ให้ระบุ Not Tested ตรง ๆ

ประยุกต์สู่งานทั่วไป

แบบแปลน Agentic Work OS

8 Layer ที่เลือกใช้ตามความจำเป็น งานเล็กเดินทางสั้น งานใหญ่เพิ่มการสำรวจ การตรวจ และการส่งต่อ

Layerคำถามหลักผลที่ต้องได้
1 IntentGoal, outcome, constraint, risk คืออะไร?เกณฑ์สำเร็จและ evidence required
2 Contextรู้อะไรอยู่และเคยตัดสินใจเพราะอะไร?Current State Brief พร้อมแหล่ง
3 Explorationมีทางเลือกต่างกันจริงไหม?Prototype, Arena, Architecture
4 Executionแบ่งเป็นหน่วยตรวจได้อย่างไร?Artifact และสถานะรายหน่วย
5 Verificationสิ่งที่สร้างทำงานจริงไหม?Evidence เทียบเกณฑ์
6 Reviewผิด เสี่ยง หรือมองข้ามอะไร?ข้อท้วงติงและการแก้
7 Learningรอบหน้าจะดีขึ้นอย่างไร?Rule, checker, template ที่เปลี่ยน
8 Continuityส่งต่อโดยไม่เริ่มใหม่อย่างไร?Handoff พร้อม next action

Intent และ Context

/understand แยกเป้าหมาย ผลที่ผู้ใช้ต้องการ ข้อจำกัด หลักฐานและความเสี่ยง /recall ค้นงานเดิม /how ทำความเข้าใจกระบวนการ /why ค้นเหตุผลของการตัดสินใจ ส่วน /research ตรวจข้อมูลภายนอก ถ้าผู้ใช้ขอแผนการตลาด Probiotic ต้องรู้สินค้า กลุ่มเป้าหมาย งบ ช่องทาง ข้อมูลแคมเปญเก่า และตัวชี้วัด หากขาดข้อมูล ให้ระบุสมมติฐานและทำส่วนที่ทำได้ก่อน

Exploration และ Execution

/prototype สร้างตัวอย่างที่ทดลองได้ /arena เสนอหลายทางเลือกที่แก้โจทย์เดียว /architect ออกแบบ Data, Process, Role และ Interface ก่อนผูกมัด ส่วน /execute แบ่ง Campaign เป็น Audience → Offer → Creative → Landing → Tracking → Reporting พร้อมตรวจแต่ละหน่วย

Verification และ Review

/verify ตรวจผลที่เกิดและแนบหลักฐาน /judge เปรียบเทียบทางเลือกด้วย rubric เดียวกัน /review หรือ /interrogate ตรวจความถูกต้อง ประสบการณ์ลูกค้า ความเสี่ยง และผลธุรกิจ ผู้สร้างตรวจตนเองเบื้องต้นได้ แต่ชิ้นงานสำคัญควรมีผู้ตรวจอิสระเห็นหลักฐานต้นทาง

Learning และ Continuity

/reflect เก็บบทเรียน /correct เปลี่ยนข้อผิดพลาดซ้ำเป็นกฎที่บังคับใช้จริง เช่น claim ไม่มีแหล่งให้แสดง “Unknown” /handoff บันทึก Project, Status, Goal, Done, Evidence, Decisions, Why, Files, Open Issues และ Next Action

ระบบที่ดีทำให้คำตอบมีเส้นทางตัดสินใจและหลักฐาน และทำให้ข้อผิดพลาดรอบนี้เปลี่ยนวิธีทำงานรอบหน้าหลักการสังเคราะห์ของ Agentic Work OS
ต้องจำทุกคำสั่งไหม?

Master Router และ Playbook

ให้ผู้ใช้บอกเป้าหมาย แล้ว /agentic-mode เลือกเส้นทางตามชนิดงานและต้นทุน

ประเภทงานเส้นทางตัวอย่างหลักฐาน
อธิบายRecall → How → Why → Explainที่มาและสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ตัดสินใจUnderstand → Research → Options → Judgeเกณฑ์ น้ำหนัก Trade-offs
CampaignUnderstand → Recall → Research → Arena → Execute → VerifyBrief, ชิ้นงาน, Link/Tracking
ปัญหาReproduce → Root Cause → Fix → Verifyก่อน/หลังแก้
โครงการใหญ่Architect → Decompose → Execute → Verify → Handoffสถานะรายหน่วยและชุดรับช่วง
ผิดซ้ำCorrect → Enforce → RetestRule ที่แก้และผลทดสอบ
ROUTER DEMO

ลองเลือกโจทย์หนึ่งประเภท

ตัวอย่างนี้แสดง Playbook ที่เหมาะกับโจทย์ โดยยังไม่เรียก Agent หรือเชื่อมข้อมูลจริง

PLAYBOOK ที่เลือกRecall → How → Why → Explain

หลักฐาน: ที่มาของข้อมูล และสิ่งที่ยังไม่ทราบ

Skill Set รุ่นแรก

แบบแปลนที่เคยร่างร่วมกันมี 16 ความสามารถ เมื่อนับรวม Router: Core — agentic-mode, understand, recall, research, how, why; Design — prototype, arena, architect; Execution — execute, orchestrate, handoff; Quality — verify, judge, correct; Learning — reflect ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอที่จะต้องสร้างและทดสอบ

Playbook 12 แบบที่เสนอคือ Investigation, Decision Making, Research, Content Creation, Campaign Creation, Problem Solving, Process Design, Project Execution, Data Analysis, Automation, Long-running Project และ Continuous Improvement งานหนึ่งไม่จำเป็นต้องเรียกทุก Skill

ตัวอย่าง Routing Rule

request:
  campaign:
    route: [understand, recall, research, arena, execute, verify, judge]
    require: [brief, sources, artifacts, link_check, measurement]
  decision:
    route: [understand, research, options, judge]
    require: [criteria, tradeoffs, recommendation]
  recurring_error:
    route: [correct, enforce, retest]
    require: [failure_class, changed_rule, proof]
policy:
  parallel_agents: "ใช้เมื่อการเปรียบเทียบหรือแบ่งงานอิสระช่วยจริง"
  verified: "ต้องมีหลักฐานจาก outcome ที่ตรวจได้"
  handoff: "ใช้กับงานยาวหรือมีผู้รับช่วง"
ใช้ในธุรกิจอย่างไร?

4 ตัวอย่าง งานจริง

สิ่งที่ต่างกันคือข้อมูลตั้งต้น เส้นทาง และหลักฐานที่ต้องเก็บ

Marketing: เปิดตัวสินค้า

ตรวจข้อมูลลูกค้า → Arena เสนอ 2–3 แนวทาง → เลือก Offer → ทำ Creative/Landing → ตรวจ CTA, Form, Pixel → ติดตามผลหลังเปิด

Sales: LINE CRM

แมป Lead และ tag → ออกแบบคำตอบ → ทดลองบทสนทนาปกติและกรณีหลุด → ตรวจ handoff คนและการบันทึก CRM

HR: หลักสูตร AI

ระบุทักษะที่ผู้เรียนต้องทำ → สร้างบทเรียนและแบบฝึก → rubric → ทดลองกับกลุ่มเล็ก → ปรับตามจุดที่ทำไม่ได้

Accounting: กระทบยอด

ระบุแหล่งและรอบบัญชี → ตรวจคุณภาพข้อมูล → จับคู่ → แยก exception → ย้อนกลับเอกสารต้นทาง → ให้ผู้รับผิดชอบอนุมัติ

Campaign Creation แบบละเอียด

  1. Understand: ระบุผลธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย งบ ช่องทาง Deadline และข้อกำกับ
  2. Recall + Research: รวบรวมแคมเปญเดิม Customer Evidence และแหล่งอ้างอิง แยก Fact กับสมมติฐาน
  3. Arena: แนวทาง A เน้นปัญหา B เน้นหลักฐาน C เน้นข้อเสนอ โดยใช้บรีฟและเกณฑ์เดียวกัน
  4. Judge: เปรียบเทียบ Message Clarity, Differentiation, Feasibility, Risk และ Measurement เลือกฐานและนำจุดเด่นอื่นมารวม
  5. Execute: ทำ Audience, Offer, Creative, Landing, Tracking และ Reporting เป็นหน่วยที่ตรวจได้
  6. Verify: เปิดมือถือ คลิก CTA ส่งฟอร์ม ตรวจ Event และตรวจนิยามตัวเลขในรายงาน
  7. Handoff + Reflect: ส่ง Artifact หลักฐาน สิ่งค้าง ผู้รับผิดชอบ และบทเรียนที่จะเปลี่ยนระบบ
สำหรับสุขภาพและการเงิน: คำกล่าวอ้าง ตัวเลข และคำแนะนำเฉพาะบุคคลต้องเชื่อมกับหลักฐานที่ตรวจได้และกระบวนการอนุมัติขององค์กร
จะสร้างอย่างไร?

Roadmap 5 ระยะ

เริ่มจากชุดเล็กที่ใช้ได้จริง แล้วเพิ่มความสามารถจากปัญหาที่พบ

1

แกนหลัก

สร้าง agentic-mode, understand, verify, handoff กำหนด output schema และลองกับงานจริง 2–3 ประเภท

  • เกณฑ์ผ่าน: เลือกเส้นทางได้ ส่งผลลัพธ์ หลักฐาน และ next action
2

บริบท

เพิ่ม recall, research, how, why ระบุแหล่งข้อมูล สิทธิ์ และความใหม่ของข้อมูล

  • เกณฑ์ผ่าน: แยกสิ่งที่รู้ สิ่งที่อนุมาน และเหตุผลเดิมได้
3

ทางเลือก

เพิ่ม arena, architect, judge และ rubric ตามงาน

  • เกณฑ์ผ่าน: ทางเลือกต่างกันจริง เหตุผลเลือกตรวจย้อนกลับได้
4

เรียนรู้

เพิ่ม orchestrate, correct, reflect จากเหตุการณ์จริง

  • เกณฑ์ผ่าน: ข้อผิดพลาดซ้ำถูกแก้ด้วย rule หรือ checker และ retest
5

สไตล์ของคุณ

สร้าง /aumnuay-mode เก็บรูปแบบงานและการตัดสินใจที่ต้องการ แล้ว route ผ่าน Work OS

  • เกณฑ์ผ่าน: คุณภาพและหลักฐานสม่ำเสมอข้ามงานโดยผู้ใช้แก้ทิศได้ง่าย

โครงสร้าง Project ที่เสนอ

agentic-work-os/ ├── AGENTS.md กติกาสำหรับ Codex ├── CLAUDE.md กติกาสำหรับ Claude Code ├── skills/ Router และความสามารถ │ ├── agentic-mode/ │ ├── understand/ verify/ handoff/ │ ├── recall/ research/ how/ why/ │ └── arena/ architect/ judge/ correct/ reflect/ ├── playbooks/ ลำดับงานตามประเภท ├── principles/ หลักกำกับการตัดสินใจ ├── templates/ Evidence, decision log, handoff └── references/ ความรู้เฉพาะหน่วยงานหรือ feature

โครงสร้างนี้เป็นตัวอย่าง ยังต้องปรับตำแหน่ง Skill และคำสั่งให้ตรงกับเครื่องมือที่ติดตั้งจริง

กฎใดควรมี?

10 หลักการ ทำงาน

หลักที่มีประโยชน์ต้องแปลงเป็นพฤติกรรมที่สังเกตและตรวจได้

หลักการการนำไปใช้
Context Before Actionอ่านข้อมูลเกี่ยวก่อนออกแบบคำตอบ
Evidence Before Opinionแยก Claim, Source, Assumption, Unknown
Prototype Before Preferenceสร้างตัวอย่างเปรียบเทียบเมื่อทดสอบได้
Explore Before Commitงานซับซ้อนมีทางเลือกต่างโครงสร้าง
Builder ≠ Sole Judgeงานสำคัญมีผู้ตรวจอิสระจากคำสรุปของผู้สร้าง
Verify Before Doneสถานะ Done ต้องมี Evidence ตรงเกณฑ์
Fix Root Causeแก้ต้นเหตุที่ทำให้ผิดซ้ำ
Small Verifiable Unitsแบ่งงานให้ตรวจระหว่างทาง
Guard the Contextส่งเฉพาะบริบทที่จำเป็นพร้อมที่มา
Encode Lessonsเปลี่ยนข้อผิดพลาดซ้ำเป็น rule หรือ checker

สิบข้อนี้เป็นการเรียบเรียงสำหรับงานทั่วไป บางข้อเชื่อมกับ Principle ของ pstack โดยตรง และบางข้อเป็นข้อสังเคราะห์ของเรา ตัวอย่าง: หาก AI ชอบแต่งข้อมูลลูกค้า อย่าเพิ่มคำว่า “ห้ามเดา” ทุกครั้ง ให้กำหนดสถานะ claim เป็น verified / inferred / unknown และไม่ให้เผยแพร่ claim สำคัญที่ไม่มี source

อยากลองทันที?

Prompt เริ่มต้น พร้อมคัดลอก

ใช้ทดลองแนวคิดก่อนสร้าง Skill จริง เครื่องมือจะเรียก Agent หรือ Skill อัตโนมัติได้ต่อเมื่อมีการติดตั้งและสิทธิ์รองรับ

Agentic Work OS

คุณเป็น Master Router ของ Agentic Work OS
โจทย์: [ใส่โจทย์] | บริบท: [ไฟล์และข้อมูล] | Outcome: [ผลที่ต้องการ] | ข้อจำกัด: [เวลา/งบ/สิทธิ์]
1. สรุป Goal, เกณฑ์สำเร็จ, Risk และสิ่งที่ยังไม่รู้
2. เลือก Playbook ให้เหมาะและอธิบายเหตุผลสั้น ๆ
3. ใช้เฉพาะขั้นที่จำเป็น: recall, research, how, why, arena, architect, execute, verify, review, handoff
4. แยก fact, inference, assumption และ unknown ทุก claim สำคัญ
5. ลงมือทำส่วนที่ทำได้ แบ่งงานเป็นหน่วยตรวจได้
6. ตรวจ outcome จริงและแนบหลักฐาน; อย่าอ้างว่า verified หากไม่ได้ตรวจ
7. ส่ง Artifact, Evidence, Decisions, Open Issues, Next Action
8. ข้อผิดพลาดซ้ำให้เสนอการแก้ rule หรือโครงสร้าง

Campaign Creation

สร้าง Campaign สำหรับ [สินค้า] เป้าหมาย [ยอด/Lead] กลุ่ม [ระบุ] งบ [ระบุ] จากข้อมูล [แหล่ง]
เริ่ม Goal และ Customer Evidence; ห้ามสร้างข้อเท็จจริงขึ้นเอง
เสนอ 2–3 แนวทางที่ต่างกันจริง เปรียบเทียบ Message Clarity, Differentiation, Feasibility, Risk, Measurement
เลือกฐานและผสานข้อดี แล้วทำ Audience, Offer, Creative, Landing, Tracking, Reporting ทีละหน่วย
ตรวจ CTA, Link, Form, Event, Mobile และข้อมูลหลังเปิดจริง
ส่ง Campaign Brief, Artifact, Evidence Log, Open Issues และ Next Action

Verify Outcome

ตรวจ [Artifact/URL] เทียบกับ [ข้อกำหนด]
ระบุสิ่งที่คาดและสิ่งที่เกิดจริง
ทดสอบ success, cancel, error, empty, persistence เฉพาะที่เกี่ยวข้อง
บันทึกวิธีตรวจ ผล หลักฐาน และสิ่งที่ตรวจไม่ได้
พบข้อผิดพลาดให้แก้และตรวจซ้ำ
สรุป Passed / Failed / Not Tested โดยไม่กล่าวเกินหลักฐาน

Handoff Brief

ทำ Handoff โครงการ [ชื่อ] ให้รับช่วงต่อได้ทันที
PROJECT:
GOAL / SUCCESS CRITERIA:
STATUS:
DONE + EVIDENCE:
DECISIONS + WHY:
FILES / URL / VERSION:
OPEN ISSUES / RISKS:
WHAT HAS NOT BEEN TESTED:
NEXT ACTION + OWNER:
ใช้ข้อมูลจริงเท่านั้น ระบุ Unknown หากหาไม่พบ
อ่านต่อจากต้นทาง

แหล่งอ้างอิงและ ข้อจำกัด

แยกสิ่งที่ repository ระบุจากข้อเสนอของบทความ

  1. pstack README — ภาพรวม Router, Skills, Principles และ Automations
  2. poteto-mode SKILL.md — การ route และ Playbook
  3. poteto/how — Skill อธิบายสถาปัตยกรรมและ prompt/rubric
  4. verification-skill-example — Feature Map ของแอปสมมติ
  5. arena SKILL.md — แนวทางแข่งขันและสังเคราะห์คำตอบ
  6. architect SKILL.md — Ground, Sketch, Agree, Implement, Scrap
  7. chid/pstack — ตัวอย่าง community port ไปยังเครื่องมืออื่น
Agentic Work OS เป็นผลิตภัณฑ์ของ Lauren Tan ไหม?
ไม่ใช่ เป็นแบบแปลนที่ Skill360 เสนอโดยประยุกต์หลักคิดจาก pstack สำหรับงานธุรกิจ
จำเป็นต้องใช้หลาย Agent ทุกงานไหม?
ไม่จำเป็น ใช้เมื่อการเปรียบเทียบหรือการแบ่งงานอิสระเพิ่มคุณภาพคุ้มกับต้นทุนประสานงาน
Verification รับประกันผลธุรกิจไหม?
ไม่รับประกัน ตรวจได้เฉพาะพฤติกรรมและข้อมูลที่เข้าถึงในช่วงทดสอบ ต้องติดตามผลจริงหลังใช้งานด้วยนิยามและช่วงเวลา
ใช้กับ Claude Code และ Codex ได้เลยไหม?
แนวคิดประยุกต์ได้ แต่คำสั่ง ตำแหน่งติดตั้ง การเรียก Agent และสิทธิ์ต่างกัน ต้องแปลงตามแพลตฟอร์มและทดสอบทีละเส้นทาง
คัดลอกแล้ว
← Skill360