Skill360 Logo
Login
AI NotebookLM Prompt

20 เทคนิคใช้ Gemini Notebook ทำ Infographic นำเสนอข้อมูลแต่ละแบบ

Skill360 Team
26 กรกฎาคม 2569
550 ครั้ง
20 เทคนิคใช้ Gemini Notebook ทำ Infographic นำเสนอข้อมูลแต่ละแบบ

Gemini Notebook หรือ NotebookLM ไม่ได้ช่วยเพียงสรุปเอกสาร แต่ยังสามารถนำข้อมูลจาก PDF, รายงาน, บันทึกประชุม, เว็บไซต์ หรือเอกสารภายใน มาจัดโครงสร้างให้พร้อมสร้าง Infographic ได้หลายรูปแบบ

หัวใจสำคัญคือ ต้องบอก Gemini Notebook ให้ชัดว่า

  • ต้องการนำเสนอข้อมูลแบบใด
  • กลุ่มเป้าหมายคือใคร
  • ต้องการให้คนอ่านเข้าใจหรือทำอะไร
  • ต้องการจำนวนหัวข้อเท่าไร
  • ต้องการข้อความสั้นระดับไหน
  • ต้องการจัดวางองค์ประกอบอย่างไร


1. Infographic แบบ 5W1H

เหมาะกับข้อมูลที่ต้องการอธิบายภาพรวมของเหตุการณ์ โครงการ นโยบาย หรือประเด็นสำคัญให้ครบในภาพเดียว

โครงสร้างข้อมูลประกอบด้วย

  • Who — ใครเกี่ยวข้อง
  • What — เกิดอะไรขึ้น
  • When — เกิดขึ้นเมื่อไร
  • Where — เกิดขึ้นที่ไหน
  • Why — เพราะเหตุใด
  • How — มีวิธีการหรือขั้นตอนอย่างไร

Prompt

จากแหล่งข้อมูลทั้งหมดในนี้ ช่วยสรุปเนื้อหาเรื่อง “[หัวข้อ]” ในรูปแบบ 5W1H สำหรับนำไปทำ Infographic
แบ่งข้อมูลเป็น Who, What, When, Where, Why และ How
แต่ละหัวข้อไม่เกิน 2–3 บรรทัด ใช้ภาษาที่อ่านง่าย หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิค และดึงเฉพาะข้อมูลที่มีหลักฐานจากแหล่งข้อมูล
ปิดท้ายด้วยข้อความสรุปสำคัญ 1 ประโยค เพื่อใช้เป็น Key Message ด้านล่างของภาพ

2. Infographic แบบ Timeline

เหมาะกับการนำเสนอประวัติ เหตุการณ์สำคัญ ความคืบหน้าโครงการ การเปลี่ยนแปลงขององค์กร หรือพัฒนาการของเทคโนโลยี

เทคนิคการใช้

กำหนดให้ Gemini Notebook เรียงข้อมูลตามวัน เดือน ปี พร้อมคัดเฉพาะเหตุการณ์ที่มีผลต่อเรื่องหลัก

Prompt

วิเคราะห์แหล่งข้อมูลทั้งหมดและสร้างเนื้อหาสำหรับ Infographic แบบ Timeline เรื่อง “[หัวข้อ]”
เรียงเหตุการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน โดยเลือกเฉพาะ 6–10 เหตุการณ์สำคัญ
สำหรับแต่ละเหตุการณ์ให้ระบุ
  1. วันที่หรือช่วงเวลา
  2. ชื่อเหตุการณ์แบบสั้น
  3. คำอธิบายไม่เกิน 25 คำ
  4. ผลกระทบหรือความสำคัญของเหตุการณ์
หากไม่มีวันที่ชัดเจน ให้ระบุว่า “ไม่พบวันที่ที่ยืนยันได้” และห้ามคาดเดา

3. Infographic แบบขั้นตอนการทำงาน

เหมาะกับ SOP คู่มือการทำงาน วิธีใช้งานระบบ กระบวนการให้บริการ หรือขั้นตอนดำเนินโครงการ

Prompt

จากเอกสารในแหล่งข้อมูล ช่วยสรุปกระบวนการ “[ชื่อกระบวนการ]” เป็นเนื้อหาสำหรับ Infographic แบบ Step-by-Step
แบ่งเป็น 5–8 ขั้นตอน เรียงตามลำดับการทำงานจริง
ในแต่ละขั้นตอนให้มี
  • ชื่อขั้นตอนสั้น ๆ
  • สิ่งที่ต้องทำ
  • ผลลัพธ์ที่ควรได้
  • ข้อควรระวัง ถ้ามี
ใช้ประโยคกระชับ เหมาะสำหรับวางในภาพ และปิดท้ายด้วย Checklist ตรวจสอบก่อนจบงาน 3 ข้อ

4. Infographic แบบ Flowchart

เหมาะกับกระบวนการที่มีการตัดสินใจหลายทาง เช่น การอนุมัติ การรับเรื่องร้องเรียน การคัดเลือกลูกค้า หรือการแก้ปัญหา

Prompt

วิเคราะห์กระบวนการ “[ชื่อกระบวนการ]” จากแหล่งข้อมูล และแปลงเป็นโครงสร้าง Infographic แบบ Flowchart
เริ่มจากจุดเริ่มต้น ระบุขั้นตอนการดำเนินงาน จุดตัดสินใจแบบใช่/ไม่ใช่ และผลลัพธ์ของแต่ละเส้นทาง
เขียนในรูปแบบ
เริ่มต้น → ขั้นตอน → คำถามตัดสินใจ → ทางเลือก A/B → ผลลัพธ์
จำกัดไม่เกิน 12 กล่องข้อความ และใช้ข้อความในแต่ละกล่องไม่เกิน 12 คำ

5. Infographic แบบเปรียบเทียบ

เหมาะกับการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ แนวทางการทำงาน แผนงาน หรือข้อดีข้อจำกัดของแต่ละตัวเลือก

Prompt

จากข้อมูลในแหล่งข้อมูลช่วยเปรียบเทียบ “[ตัวเลือก A]” กับ “[ตัวเลือก B]” เพื่อทำ Infographic แบบเปรียบเทียบสองฝั่ง
เปรียบเทียบตามหัวข้อต่อไปนี้
  • จุดประสงค์
  • จุดเด่น
  • ข้อจำกัด
  • เหมาะกับใคร
  • วิธีใช้งาน
  • สถานการณ์ที่ควรเลือก
ใช้ข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงเท่านั้น เขียนแต่ละช่องไม่เกิน 20 คำ และสรุปท้ายภาพว่าแต่ละตัวเลือกเหมาะกับสถานการณ์ใด

6. Infographic แบบ Before–After

เหมาะกับการนำเสนอผลลัพธ์ก่อนและหลังปรับปรุง เปลี่ยนระบบ ใช้เทคโนโลยี หรือดำเนินโครงการ

Prompt

วิเคราะห์ข้อมูลเรื่อง “[โครงการหรือการเปลี่ยนแปลง]” และจัดทำเนื้อหา Infographic แบบ Before–After
แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่
ก่อนดำเนินการ และ หลังดำเนินการ
เปรียบเทียบอย่างน้อย 5 ประเด็น เช่น เวลา ต้นทุน คุณภาพ ขั้นตอน ปัญหา และผลลัพธ์
หากมีตัวเลข ให้แสดงตัวเลขก่อนและหลังอย่างชัดเจน
ปิดท้ายด้วยผลลัพธ์สำคัญที่สุด 1 ข้อ โดยไม่กล่าวเกินข้อมูลในเอกสาร

7. Infographic แบบ Problem–Solution

เหมาะกับการนำเสนอปัญหา สาเหตุ แนวทางแก้ไข และผลลัพธ์ที่คาดหวัง

Prompt

จากแหล่งข้อมูลทั้งหมด ช่วยสรุปหัวข้อ “[หัวข้อ]” เป็น Infographic แบบ Problem–Solution
แบ่งข้อมูลเป็น
  1. ปัญหาหลัก
  2. อาการหรือผลกระทบ
  3. สาเหตุสำคัญ
  4. แนวทางแก้ไข
  5. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
เลือกเฉพาะ 3–5 ประเด็นสำคัญในแต่ละส่วน ใช้ภาษาที่ผู้บริหารและคนทั่วไปเข้าใจได้ และระบุให้ชัดว่าส่วนใดเป็นข้อมูลจริงหรือข้อเสนอแนะ

8. Infographic แบบ Cause–Effect

เหมาะกับการวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบ เช่น ยอดขายลด พนักงานลาออก โครงการล่าช้า หรือปัญหาคุณภาพ

Prompt

วิเคราะห์เรื่อง “[ปัญหาหรือเหตุการณ์]” จากแหล่งข้อมูล และสร้างเนื้อหา Infographic แบบ Cause–Effect
แบ่งเป็น
  • สาเหตุหลัก
  • สาเหตุรอง
  • ผลกระทบระยะสั้น
  • ผลกระทบระยะยาว
เชื่อมโยงให้เห็นว่าสาเหตุใดนำไปสู่ผลกระทบใด
เลือกไม่เกิน 5 สาเหตุหลักและ 5 ผลกระทบ พร้อมเขียนคำอธิบายสั้นไม่เกิน 20 คำต่อข้อ

9. Infographic แบบตัวเลขสำคัญ

เหมาะกับรายงานผลประกอบการ แบบสำรวจ สถิติ งานวิจัย หรือข้อมูลที่มีตัวเลขจำนวนมาก

Prompt

ค้นหาตัวเลขและสถิติที่สำคัญที่สุดจากแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ “[หัวข้อ]” เพื่อทำ Infographic แบบ Key Statistics
เลือกตัวเลขสำคัญ 6–10 ตัว โดยแต่ละตัวต้องมี
  • ตัวเลขหลัก
  • หน่วย
  • ความหมายของตัวเลข
  • ช่วงเวลาของข้อมูล
  • แหล่งข้อมูลที่อ้างอิง
เรียงลำดับจากตัวเลขที่น่าสนใจที่สุด และห้ามนำตัวเลขคนละช่วงเวลามาเปรียบเทียบโดยไม่อธิบาย

10. Infographic แบบสรุปผลสำรวจ

เหมาะกับผลสำรวจความคิดเห็น ความพึงพอใจ พฤติกรรมลูกค้า หรือข้อมูลแบบสอบถาม

Prompt

จากผลสำรวจในแหล่งข้อมูล ช่วยสรุปเป็นเนื้อหาสำหรับ Infographic เรื่อง “[หัวข้อผลสำรวจ]”
ระบุ
  • จำนวนผู้ตอบแบบสำรวจ
  • กลุ่มตัวอย่าง
  • ช่วงเวลาที่สำรวจ
  • ผลลัพธ์เด่น 5–7 ข้อ
  • คำตอบที่ได้รับเลือกมากที่สุด
  • ประเด็นที่น่ากังวล
  • Insight ที่สามารถนำไปใช้ต่อได้
แยกข้อมูลจริงออกจากการตีความอย่างชัดเจน และไม่สรุปเกินกว่าขนาดหรือขอบเขตของกลุ่มตัวอย่าง

11. Infographic แบบ Checklist

เหมาะกับรายการตรวจสอบก่อนเริ่มงาน ก่อนส่งงาน ก่อนประชุม ก่อนเดินทาง หรือก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์

Prompt

จากเอกสารในแหล่งข้อมูล ช่วยสร้าง Checklist เรื่อง “[หัวข้อ]” สำหรับทำ Infographic
แบ่งรายการเป็น 3 หมวด
  • ก่อนเริ่ม
  • ระหว่างดำเนินการ
  • ก่อนจบหรือส่งมอบ
แต่ละหมวดมี 4–6 ข้อ เริ่มแต่ละข้อด้วยคำกริยา และใช้ข้อความไม่เกิน 15 คำ
ทำเครื่องหมายรายการที่จำเป็นต้องทำเป็น “สำคัญ” และรายการที่เป็นเพียงคำแนะนำเป็น “เพิ่มเติม”

12. Infographic แบบ Do & Don’t

เหมาะกับคู่มือการใช้งาน กฎองค์กร การรักษาความปลอดภัย มารยาทในการทำงาน หรือแนวทางสร้างคอนเทนต์

Prompt

จากแหล่งข้อมูล ช่วยสรุปสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับ “[หัวข้อ]” เพื่อทำ Infographic แบบ Do & Don’t
สร้างรายการ Do จำนวน 5–7 ข้อ และ Don’t จำนวน 5–7 ข้อ
แต่ละข้อให้มีเหตุผลสั้น ๆ ว่าทำไมจึงควรหรือไม่ควรทำ
ใช้ภาษาตรงไปตรงมา ไม่ใช้ข้อความคลุมเครือ และตรวจสอบว่าทุกข้อสอดคล้องกับข้อมูลในเอกสาร

13. Infographic แบบ Pyramid

เหมาะกับการจัดลำดับความสำคัญ ระดับกลยุทธ์ ระดับความต้องการ หรือโครงสร้างจากพื้นฐานไปสู่ระดับสูง

Prompt

วิเคราะห์ข้อมูลเรื่อง “[หัวข้อ]” และจัดเป็น Infographic แบบ Pyramid
แบ่งข้อมูลเป็น 4–6 ระดับ เริ่มจากฐานที่เป็นพื้นฐานที่สุด ไปสู่ยอดที่เป็นเป้าหมายสูงสุด
สำหรับแต่ละระดับให้ระบุ
  • ชื่อระดับ
  • ความหมาย
  • สิ่งที่ต้องมี
  • ตัวอย่างจากแหล่งข้อมูล
อธิบายด้วยว่าทำไมแต่ละระดับจึงต้องมาก่อนหรือรองรับระดับถัดไป

14. Infographic แบบ Funnel

เหมาะกับกระบวนการตลาด การขาย การสรรหาพนักงาน การคัดกรองข้อมูล หรือกระบวนการที่จำนวนลดลงในแต่ละช่วง

Prompt

จากข้อมูลในแหล่งข้อมูล ช่วยจัดทำเนื้อหา Infographic แบบ Funnel เรื่อง “[หัวข้อ]”
แบ่งเป็น 4–6 ขั้น ตั้งแต่กลุ่มกว้างที่สุดไปจนถึงผลลัพธ์สุดท้าย
ในแต่ละขั้นให้ระบุ
  • ชื่อขั้น
  • จำนวนหรือสัดส่วน ถ้ามี
  • กิจกรรมสำคัญ
  • เหตุผลที่ข้อมูลหรือผู้เข้าร่วมลดลง
  • KPI ที่ควรติดตาม
หากไม่มีตัวเลขจริง ให้ใช้คำอธิบายเชิงคุณภาพและระบุว่าไม่มีข้อมูลตัวเลขยืนยัน

15. Infographic แบบ Matrix 2×2

เหมาะกับการจัดกลุ่ม จัดลำดับความสำคัญ วิเคราะห์ความเสี่ยง หรือเลือกกลยุทธ์

ตัวอย่างแกนที่ใช้ได้

  • ผลกระทบสูง–ต่ำ
  • ความเร่งด่วนสูง–ต่ำ
  • ความยากสูง–ต่ำ
  • ความคุ้มค่าสูง–ต่ำ

Prompt

วิเคราะห์ข้อมูลเรื่อง “[หัวข้อ]” และจัดกลุ่มเป็น Matrix 2×2
กำหนดแกนแนวนอนเป็น “[แกน X]” และแกนแนวตั้งเป็น “[แกน Y]”
จัดรายการหรือประเด็นลงในทั้ง 4 ช่อง พร้อมให้เหตุผลสั้น ๆ ว่าทำไมจึงอยู่ในช่องนั้น
แต่ละช่องควรมีไม่เกิน 5 รายการ และปิดท้ายด้วยคำแนะนำว่าควรเริ่มดำเนินการจากช่องใดก่อน

16. Infographic แบบ Hierarchy

เหมาะกับโครงสร้างองค์กร บทบาทหน้าที่ ระดับการอนุมัติ หรือความสัมพันธ์ของข้อมูล

Prompt

จากแหล่งข้อมูล ช่วยแปลงข้อมูลเรื่อง “[หัวข้อ]” เป็น Infographic แบบ Hierarchy
เริ่มจากระดับสูงสุด แล้วแตกลงมาเป็นระดับรอง
ระบุชื่อหน่วยงาน บทบาท หรือหมวดหมู่ในแต่ละระดับ พร้อมคำอธิบายหน้าที่ไม่เกิน 15 คำ
แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละระดับให้ชัดเจน และระบุจุดที่ข้อมูลในเอกสารยังไม่ชัดเจนหรืออาจมีบทบาทซ้ำกัน

17. Infographic แบบ Journey Map

เหมาะกับ Customer Journey, Employee Journey, User Experience หรือเส้นทางการใช้บริการ

Prompt

วิเคราะห์เส้นทางของ “[กลุ่มเป้าหมาย]” จากแหล่งข้อมูล และสร้างเนื้อหา Infographic แบบ Journey Map
แบ่งเส้นทางเป็น 5–7 ช่วง ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงหลังได้รับผลลัพธ์
ในแต่ละช่วงให้ระบุ
  • สิ่งที่ผู้ใช้ทำ
  • สิ่งที่ผู้ใช้คิด
  • ความรู้สึก
  • Pain Point
  • จุดสัมผัสหรือช่องทาง
  • โอกาสในการปรับปรุง
ใช้เฉพาะข้อมูลที่พบในเอกสาร และแยกข้อเสนอแนะออกจากข้อเท็จจริง

18. Infographic แบบ Myth vs Fact

เหมาะกับการแก้ความเข้าใจผิด ให้ความรู้ หรืออธิบายประเด็นที่คนมักสับสน

Prompt

จากแหล่งข้อมูล ช่วยค้นหาความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “[หัวข้อ]” และสร้างเนื้อหา Infographic แบบ Myth vs Fact
สร้างจำนวน 5–8 คู่ โดยแต่ละคู่ประกอบด้วย
  • Myth: ความเข้าใจผิดแบบสั้น
  • Fact: ข้อเท็จจริงจากเอกสาร
  • Explanation: คำอธิบายไม่เกิน 30 คำ
หลีกเลี่ยงการสร้าง Myth ที่ไม่มีหลักฐานว่ามีคนเข้าใจผิดจริง และระบุแหล่งอ้างอิงของข้อเท็จจริงแต่ละข้อ

19. Infographic แบบสรุปบทความหรือรายงานหนึ่งหน้า

เหมาะกับรายงานยาว งานวิจัย เอกสารประชุม หรือบทความที่ต้องการย่อให้ผู้บริหารอ่านเร็ว

Prompt

สรุปแหล่งข้อมูลเรื่อง “[หัวข้อ]” เป็น One-Page Infographic สำหรับผู้บริหาร
จัดเนื้อหาเป็น
  1. หัวข้อหลัก
  2. Key Message 1 ประโยค
  3. ข้อมูลสำคัญ 5 ข้อ
  4. ตัวเลขสำคัญ 3–5 ตัว
  5. ความเสี่ยงหรือข้อควรระวัง
  6. ข้อเสนอแนะหรือสิ่งที่ควรทำต่อ
ใช้ภาษากระชับ อ่านจบภายใน 1 นาที และจัดลำดับข้อมูลจากสำคัญที่สุดไปน้อยที่สุด

20. Infographic แบบ Action Plan

เหมาะกับแผนดำเนินงาน แผนปรับปรุงองค์กร แผนการตลาด หรือแผนหลังประชุม

Prompt

จากข้อมูลในแหล่งข้อมูล ช่วยเปลี่ยนข้อเสนอและประเด็นสำคัญเรื่อง “[หัวข้อ]” เป็น Infographic แบบ Action Plan
จัดทำแผนจำนวน 5–8 กิจกรรม โดยระบุ
  • กิจกรรมที่ต้องทำ
  • ผู้รับผิดชอบ
  • ระยะเวลา
  • ทรัพยากรที่ต้องใช้
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • KPI
  • ความเสี่ยง
เรียงกิจกรรมตามลำดับก่อน–หลัง และแยก Quick Win ออกจากกิจกรรมระยะกลางและระยะยาว

สรุป

การทำ Infographic ด้วย NotebookLM ให้ได้ผลดี ไม่ได้เริ่มจากการเลือกสีหรือรูปแบบภาพ แต่เริ่มจากการเลือก “วิธีนำเสนอข้อมูล” ให้เหมาะกับเนื้อหา

ข้อมูลแต่ละประเภทควรใช้โครงสร้างที่แตกต่างกัน เช่น

  • ข้อมูลตามลำดับเวลา เหมาะกับ Timeline
  • ข้อมูลที่เป็นกระบวนการ เหมาะกับ Step-by-Step หรือ Flowchart
  • ข้อมูลที่ต้องการเปรียบเทียบ เหมาะกับ Comparison หรือ Before–After
  • ข้อมูลที่มีปัญหาและแนวทางแก้ไข เหมาะกับ Problem–Solution
  • ข้อมูลเชิงสถิติ เหมาะกับ Key Statistics หรือ Survey Results
  • ข้อมูลที่ต้องนำไปลงมือทำต่อ เหมาะกับ Checklist หรือ Action Plan

หัวใจสำคัญคือการเขียน Prompt ให้ NotebookLM เข้าใจอย่างชัดเจนว่า ต้องการนำเสนอเรื่องอะไร สื่อสารกับใคร ต้องการให้ผู้อ่านเข้าใจหรือทำอะไรต่อ และต้องการให้จัดข้อมูลในรูปแบบใด

เมื่อกำหนดโครงสร้าง จำนวนหัวข้อ ความยาวข้อความ และข้อจำกัดของข้อมูลไว้อย่างชัดเจน NotebookLM จะช่วยคัดกรองข้อมูลสำคัญ ตัดเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน จัดลำดับประเด็น และสร้างข้อความที่พร้อมนำไปวางใน Infographic ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนนำข้อมูลไปเผยแพร่ ควรตรวจสอบตัวเลข วันที่ แหล่งอ้างอิง และบริบทของข้อมูลอีกครั้ง โดยเฉพาะข้อมูลที่นำมาเปรียบเทียบหรือข้อมูลที่มีผลต่อการตัดสินใจ

ดังนั้น แทนที่จะสั่ง NotebookLM เพียงว่า “ช่วยทำ Infographic” ควรระบุให้ชัดว่า ต้องการ Infographic แบบใด มีองค์ประกอบอะไรบ้าง และต้องการให้แต่ละส่วนสื่อสารประเด็นใด เพราะยิ่งกำหนดโครงสร้างได้ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งกระชับ เข้าใจง่าย และพร้อมนำไปออกแบบต่อได้ทันที


Logo

คอร์สเรียน